เว็บสำเร็จรูป ระบบเอนกประสงค์ สำหรับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ
เว็บไซต์สำเร็จรูป ระบบจองแพ็คเก็จทัวร์
เว็บไซต์สำเร็จรูป ระบบร้านค้าออนไลน์

ผู้สนับสนุน

แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางในหน้าร้อน ทำไงไม่ให้หลุดลอก เยิ้ม

ผู้สนับสนุน


ต้องรู้จักกับสภาพผิวของตนเองก่อนเสมอ แล้วจึงค่อยเลือกใช้เครื่องสำอางประเภทแป้งฝุ่น หรือแป้งพัฟ เพื่อปัดผิวให้เรียบเนียนเหมาะสมอย่างที่สาว ๆ คาดหวังเอาไว้แต่แรก สภาพผิวกับการเลือกใช้เครื่องสำอางประเภทแป้งฝุ่น VS แป้งพัฟ เพื่อให้ผิวเรียบเนียนเหมาะสม มีวิธีการอย่างไร? “แป้งทาหน้า” นับเป็นเครื่องสำอางที่ช่วยทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนสวยงาม ทว่าหลายคนอาจสงสัยว่าสภาพผิวอย่างเราเหมาะกับแป้งฝุ่นหรือแป้งพัฟกันแน่ แล้วทั้ง 2 แป้งมีความเหมือนหรือต่างกันอย่าง เพื่อให้การเลือกใช้เหมาะสมที่สุด เรามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาฝาก ใครใคร่อยากรู้อย่ามัวรอช้าตามมาโดยด่วน เรื่องต้องรู้ของความแตกต่างระหว่างแป้งฝุ่น VS แป้งพัฟ หลายคนอาจเกิดความสับสนหรือลังเลไม่รู้จะเลือกใช้แป้งฝุ่นหรือแป้งพัฟมาแต่งหน้าดี ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเกี่ยวกับแป้งฝุ่น VS แป้งพัฟ แป้งฝุ่น : จะมีเนื้อสัมผัสที่ละเอียดมาก บางเบา มักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้าเสร็จ สามารถดูดซับความมันได้ดี ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้สีเมคอัพดูเด่นสวย เชตเมคอัพให้ติดทนนานมากยิ่งขึ้น แป้งพัฟ : เป็นเครื่องสำอางที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ใช้ร่วมกับพัฟฟองน้ำ มีความเบาบางมาก ไม่ทำให้หนักหน้า เหมาะกับการใช้ช่วงกลางวันเพราะมีส่วนช่วยควบคุมความมัน ปกปิดผิวได้ดี บางยี่ห้อมีสารปกป้องแสงแดดเป็นส่วนผสมด้วย สภาพผิวกับการเลือกใช้เครื่องสำอางทาผิวหน้า 1. คนที่มีสภาพผิวธรรมดา สำหรับสาว ๆ ที่มีสภาพผิวธรรมดาเรียกได้ว่าโชคดีขั้นสุด ซึ่งจะเหมาะกับแป้งทาหน้าทุกประเภท ไม่ว่าจะแป้งพัฟ หรือแป้งฝุ่น แต่ถึงกระนั้นการใช้ต้องอยู่ในปริมาณที่พอดี อย่าใช้มากเกินไปเพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้เกิดสิวตามมาได้ 2. คนที่มีสภาพผิวมัน คนที่มีผิวมันนั้นอย่างที่ทราบคือมีความมันบนใบหน้าเยอะ ทำให้มีโอกาสเกิดแป้งไหลเยิ้ม หลุดลอกระหว่างวันได้ง่ายมาก ไม่เหมาะกับการใช้แป้งฝุ่น เพราะจะยิ่งทำให้แป้งจับเป็นก้อน และมีโอกาสที่จะอุดตันรูขุมขนกลายเป็นสิวไปอีก แนะนำให้ใช้แป้งพัฟแบบคุมมันช่วยได้ 3. คนที่สภาพผิวแห้ง สำหรับคนที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ ให้เลือกใช้แป้งฝุ่นตอบโจทย์ที่สุดเนื่องจากก่อนที่เราจะลงแป้งต้องมีการบำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือทาครีม เพื่อเคลือบผิวให้ชุ่มชื้น หากใช้แป้งพัฟอาจจะทำให้เนื้อสัมผัสหนาจนไหลเยิ้มไปได้ 4. คนที่มีสภาพผิวผสม ด้วยความที่มีทั้งความมันและความแห้งอยู่บนใบหน้าจึงอยากให้เลือกใช้ทั้งแบบฝุ่นและแบบแป้งพัฟไปเลย โดยที่แยกกันใช้ ส่วน T – Zone ให้ทาแป้งพัฟ ส่วนช่วงแก้มให้ทาแป้งฝุ่น แต่อย่าลืมเลือกสีที่เหมาะสมกับผิวด้วย แป้งฝุ่น VS แป้งพัฟ ต้องทาด้วยอุปกรณ์อย่างถูกวิธี เครื่องสำอาง อย่าง แป้งฝุ่น หรือแป้งพัฟใด ๆ แล้วต้องใช้อุปกรณ์ทาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพัฟฟองน้ำ ที่ควรพับแล้วกดบนใบหน้าอย่างเบา ๆ ให้ทั่ว ค่อย ๆ แตะไป หรือใช้แปรงปัดโดยให้แตะเนื้อสัมผัสก่อนจะปัดในลักษณะวงกลมทั่วผิวหน้า ส่วนหน้าผากและคางให้ปัดออกซ้ายขวา รวมทั้งใช้ฟองน้ำได้ด้วยโดยให้ทาหน้าลูบเบา ๆ ไปตามตำแหน่งต่าง ๆ ดีตรงที่เข้าทุกซอกมุมไปอีก แต่เมื่อใช้อุปกรณ์เป็นประจำก็อย่าลืมทำความสะอาดกันด้วยนะ เพื่อความปลอดภัยไม่เกิดการสะสมเชื้อโรค แบคทีเรีย และสิ่งสกปรก เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็หวังว่าหลาย ๆ คนที่เคยสับสนจะเกิดความเข้าใจมากขึ้น และสามารถเลือกใช้เครื่องสำอางประเภทแป้งทั้ง 2 อย่างนี้ได้ราบรื่น นอกจากนี้ยังสามารถทาด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ถูกวิธี หน้าเรียบเนียนสมใจ ไม่มีปัญหาตามมาภายหลังอย่างแน่นอน

ผู้สนับสนุน

  • 2459 Views ต้องการประชาสัมพันธ์
  • ไม่ระบุ
    การบริการ
    Kamonthip
    กรุงเทพมหานครฯ
    30 พฤศจิกายน 2564 13:27:00

ติดต่อสอบถาม

 โปรดอ่านคำเตือน

ข้อความที่ประกาศ และโฆษณาทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากผู้ชมและสมาชิก ที่เข้ามาใช้บริการ ไม่ได้เกิดจากผู้ดูแลหรือผู้จัดทำเว็บไซต์ หากผู้ชมสนใจในประกาศและโฆษณาดังกล่าว กรุณาติดต่อโดยตรงถึงผู้ที่ลงประกาศ หรือโฆษณา ด้วยตนเอง และหากเกิดความผิดพลาดใดๆ เราไม่ขอรับผิดชอบ ดังนั้นผู้ชมควรใช้วิจารณญาณก่อนการติดสินใจใดๆ เกี่ยวกับคำประกาศและโฆษณาดังกล่าวนี้