หน้าแรก | สมัครสมาชิก ฟรี!! | สมาชิก Login | บริการของเรา | เพิ่งมาเป็นครั้งแรก | เวอร์ชั่นมือถือ | เว็บสามัญประจำบ้าน 
โฆษณา
โฆษณา ฟรี
ประกาศซื้อขายฟรีโปรโมทธุรกิจฟรีโปรโมทเว็บไซต์ฟรีร้านค้าออนไลน์ฟรีนิทานออนไลน์ข้อมูลสมุนไพรไทยเทคนิคการเล่นกอล์ฟ
แหล่งกินเที่ยว ทั่วไทยเกมส์ออนไลน์การ์ดอวยพรออนไลน์ฟังเพลงออนไลน์สถานีวิทยุออนไลน์ดูทีวีออนไลน์ข้อมูลสินค้าไอที
คลิปวีดีโอฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกข่าวประจำวันเรียนดนตรีออนไลน์บทความน่ารู้เรียนภาษาออนไลน์ดาวน์โหลดฟรี
รวมข่าวแปลก ๆจัดอันดับเว็บไซต์ไอเดียตกแต่งบ้านเว็บไซต์สำเร็จรูปสูตรอาหารจานเด็ดข้อมูลการท่องเที่ยวหนังการ์ตูน
หุ้น - เศรษฐกิจดูหนังออนไลน์เรื่องย่อละครแม่และเด็กเนื้อเพลงและคอร์ดเช่ารถตู้ไอโฟน (iPhone)
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน 
ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา
หมวดหมู่ ประเภท จังหวัด

ประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต


บทความน่ารู้ : เรื่องประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

          อินเทอร์เน็ต โดย ยืน ภู่วรวรรณ

         ประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
         ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ประเทศรัสเซียส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาจึงได้รับรู้ว่า เทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศยังล้าหลังกว่าของรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้เกิดการตื่นตัวที่จะพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง รัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยกระทรวงกลาโหมจึงก่อตั้งหน่วยงานวิจัยชั้นสูงที่ชื่อว่า Advanced ResearchProjects Agency หรือที่รู้จักกันในนามของ ARPA

          ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ARPA ได้ให้ทุนแก่มหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา เพื่อการทำวิจัยในหัวข้อเรื่อง เครือข่ายการทำงานร่วมกันของคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลางาน (Cooperative net-work of Time-Shared Computers) หลังจากนั้นอีก ๓ ปี กระทรวงกลาโหมก็ได้สนับสนุนโครง-การวิจัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ชื่อว่า ARPANETจนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงการ ARPANETได้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ๔ แห่งเข้าด้วยกันในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เครือข่าย ARPANETขยายใหญ่ขึ้น และสามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆได้ถึง ๒๓ เครื่อง

          จากการศึกษาเรื่องเครือข่ายคอมพิวเตอร์จนถึงระยะเวลานั้น ผู้พัฒนาเครือข่ายหลายคนเริ่มเห็นปัญหาของการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหลากหลายชนิด และหลากหลายผลิตภัณฑ์ จึงทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการเชื่อมโยง แนวความคิดที่จะสร้างระบบเปิดจึงเกิดขึ้น กล่าวคือ กำหนดมาตรฐานกลางที่ผลิตภัณฑ์ทุกยี่ห้อสามารถจะเชื่อมโยงเข้าสู่มาตรฐานนี้ได้

          แนวคิดในการเชื่อมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกันและเชื่อมโยงในลักษณะวงกว้างเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ผู้พัฒนาเครือข่ายจึงสร้างโพรโทคอลใหม่ และให้ชื่อว่า TCP/IP (Trans-mission Control Protocol / Internet Protocol)และให้ชื่อเครือข่ายที่เชื่อมโยงโดยใช้โพรโทคอลนี้ว่า อินเทอร์เน็ต หลังจากนั้น โครงการARPANET ได้นำโพรโทคอล TCP/IP ไปใช้

          การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ดำเนิน-การต่อมา ถึงแม้ว่าในช่วงหลัง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้ยกเลิกการสนับสนุน และหันกลับไปทำวิจัยและพัฒนาเอง เครือข่ายนี้ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการพัฒนามาตรฐานต่างๆเข้ามาใช้ประกอบร่วมกันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดได้กลายเป็นมาตรฐานการสื่อสารที่ชื่อว่า TCP/IP และใช้ชื่อเครือข่ายว่า อินเทอร์เน็ต(Internet)

          ต่อมาการบริหารและดำเนินงานเครือข่ายได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิการศึกษาวิทยา-ศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือที่ใช้ชื่อย่อว่าNSF (National Science Foundation) มีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาบริหารเครือข่ายกลางที่เปิด  โอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาเชื่อมโยง และได้ดำเนินการจนอินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก

          สำหรับในประเทศไทย เริ่มเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตตั้งแต่กลางปี พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ทำการเชื่อมโยงเพื่อส่งอิเล็กทรอนิกส์เมลกับประเทศออสเตรเลียซึ่งทำให้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์เมลเชื่อมต่อกันอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ต่อมาในวันที่ ๒๗กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เช่าสายวงจรเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ก็ได้มีโครงการที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยขึ้น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้มีสถาบันออนไลน์กับอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มแรก ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลับ มหาวิทยาลับธรรมศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย มหาวิทยาลัยสงขลา-นครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

          การพัฒนาเครือข่ายจึงเป็นไปตามกระแสการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบสากล มาตรฐานการเชื่อมโยงเป็นแบบโพรโทคอล TCP/IP ตามมาตรฐานนี้มีการกำหนดหมายเลขแอดเดรสให้แก่เครือข่ายและเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีการสร้างเป็นลำดับชั้นเพื่อให้การเชื่อมโยงเครือข่ายเป็นระบบ แอดเดรสนี้จึงมีชื่อว่า ไอพีแอดเดรส (IP address)

          ไอพีแอดเดรสทุกตัวจะต้องได้รับการลงทะเบียน เพื่อจะได้มีหมายเลขไม่ซ้ำกันทั่วโลกการกำหนดแอดเดรสจะเป็นการกำหนดหมายเลขให้แก่เครือข่าย

          ผู้ใช้เครือข่ายย่อยในเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะเป็นสมาชิกของอินเทอร์เน็ตโดยปริยาย เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนสามารถเชื่อมโยงกับเครื่องอื่นๆได้ทั่วโลก ผู้ใช้งานอยู่ที่บ้านสามารถใช้คอมพิวเตอร์จากบ้านต่อผ่านโมเด็มมาที่เครื่องหลัก หลังจากนั้นก็จะเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายต่างๆได้ นิสิตนักศึกษาซึ่งอยู่ที่บ้านจะสามารถติดต่อกับอาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยหรือติดต่อกับเพื่อนๆได้ ทั้งในมหาวิทยาลัยและต่างมหาวิทยาลัย หรือในต่างประเทศ

          อินเทอร์เน็ตจึงเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีอัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนคาดกันว่าในอนาคต เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะเชื่อมโยงคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน

          เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงได้ทุกมหาวิทยาลัย โดยมีการเชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันในประเทศซึ่งจัดการโดยหน่วยบริการอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า ISP (Internet Service Provider)หน่วยบริการ ISP จะมีสายเชื่อมโยงไปยังต่างประเทศเข้าสู่อินเทอร์เน็ต

          ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยได้เชื่อมโยงกัน โดยมีแกนกลางคือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และให้ชื่อเครือข่ายนี้ว่า เครือข่ายไทยสาร(THAISARN - THAI Social / Scientific, Academicand Research Network) การเชื่อมโยงภายในประเทศทำให้ทุกเครือข่ายย่อยสาามารถเชื่อมโยงเป็นอินเทอร์เน็ตสากลได้

          ชื่อและหมายเลขไอพี
          อินเทอร์เน็ตมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่ออยู่เป็นล้านเครื่อง หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่า เราส่งอีเมลไปยังปลายทางได้อย่างไร หรือเมื่อเราต้อง-การล็อกอิน (login) เข้าเครื่องอื่นที่อยู่บนเครือข่ายระบบเครือข่ายรู้ได้อย่างไรว่า เครื่องนั้นอยู่ที่ใดการอ้างอิงเข้าหากันเพื่อหาตำแหน่งที่อยู่จึงต้องมีการจัดระบบที่ดี เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่มีการออกแบบมาเพื่อให้สามารถติดต่อรับส่งข้อมูลถึงกันได้ทั้งหมด อีกทั้งทำให้ขยายเครือข่ายได้ง่ายและเป็นระบบ

          รหัสหมายเลขไอพีประจำเครื่อง
         คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่บนเครือข่ายจะมีรหัสหมายเลขประจำเครื่อง รหัสหมายเลขนี้เรียกว่า ไอพีแอดเดรส (IP address) ตัวเลขไอพีแอดเดรสของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องทั่วโลกจะต้องไม่ซ้ำกัน ตัวเลขนี้จะได้รับการกำหนดเป็นกฎเกณฑ์ให้แต่ละองค์การนำไปปฏิบัติ โดยผู้ที่จะสร้างเครือข่ายต้องการทำการขอหมายเลขประจำเครือ-ข่ายเพื่อกำหนดส่วนขยายต่อสำหรับแต่ละเครื่องเอาเอง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ขององค์กรหนึ่งทำหน้าที่เป็นเซิร์ฟเวอร์สำหรับอิเล็กทรอนิกส์เมลของเครือข่างองค์กร มีหมายเลขไอพีเป็นตัวเลขประจำเครื่อง ขนาด ๓๒ บิต ซึ่งแบ่งเป็น ๔ ฟิลด์ดังตัวอย่างเช่น

          แต่ละฟิลด์จะมี ๘ ชนิด แต่เมื่อเรียกขานรหัสหมายเลขไอพีนี้ จะใช้ตัวเลขฐานสิบ แบ่งเป็น ๔ ชุด โดยมีจุด (.) คั่นระหว่างตัวเลขแต่ละชุด ดังนั้น จากตัวเลข ๓๒ บิต ดังกล่าวเรียกได้เป็น

          ตัวเลขไบนารี ๓๒ หลัก เป็นตัวเลขที่จดจำได้ยาก แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ใช้เลขเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง เมื่อกำหนดตัวเลข ๔ ฟิลด์ แต่ละฟิลด์จึงมีขนาดได้ตั้งแต่ ๐ ถึง ๒๕๕ เมื่อนำมาเรียงกันแล้วจะทำให้จำได้ง่ายขึ้น

         เครือข่ายมีหมายเลขประจำ
         การแบ่งหมายเลขไอพีออกเป็น ๔ ฟิลด์นั้นตัวเลขที่ประกอบอยู่เป็นตัวเลขของเครือข่ายด้วยเช่น เครือข่ายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ใช้รหัส 158.108 นำหน้า เครือข่ายของบริษัท

          ไอบีเอ็มที่เป็นเครือข่ายใหญ่ระดับโลกใช้รหัส ๙.นำหน้า เครือข่ายของบริษัทเอทีแอนด์ทีใช้รหัสหมายเลขไอพีเป็น 12 นำหน้า ส่วนเครือข่ายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีหลายเลข 192.150.249.นำหน้า เป็นต้น

           เนื่องจากเครือข่ายมีขนาดแตกต่างกันมากดังนั้น จึงมีการกำหนดวิธีการแบ่งประเภทของเครือข่ายออกเป็นหลายคลาส คือ คลาส A คลาส B และคลาส C เป็นต้น

          คลาส A กำหนดตัวเลขฟิลด์แรกเพียงฟิลด์เดียว ที่เหลืออีก ๓ ฟิลด์จึงเป็นรหัสประจำเครื่องหรือรหัสเครือข่ายย่อยที่อยู่ในเครือข่าย คลาส Bกำหนดตัวเลข ๒ ฟิลด์ จึงเหลือให้กำหนดรหัสเครื่อง ๒ ฟิลด์ คลาส C กำหนดตัวเลขไว้ ๓ฟิลด์ จึงมีที่ให้กำหนดรหัสเครื่องเพียงฟิลด์เดียว

          เมื่อพิจารณาตัวเลขรหัสไอพีใดๆหากตัวเลขฟิลด์แรกขึ้นต้นระหว่าง ๑-๑๒๖ ก็จะเป็นคลาส Aถ้าขึ้นต้นด้วย ๑๒๘-๑๙๑ ก็จะเป็นคลาส B และถ้าขึ้นต้นด้วย ๑๙๒-๒๒๓ ก็จะเป็นคลาส C

          ทางองค์กรบริหารเครือข่ายจะเป็นผู้กำหนดหมายเลขเครือข่ายนี้ให้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การกำหนดหมายเลขไอพีใช้วิธีกำหนดให้เรียงกันไปใครมาขอลงทะเบียนก่อน ก็จะให้เลขน้อยเรียง ตามลำดับเวลาที่ขอ และเมื่อพิจารณาการเติบโตของเครือข่ายที่ค่อนข้างจะรวดเร็วเช่นนี้ หมายเลขไอพีคงจะเต็มพิกัดครบทุกคลาสในไม่ช้านี้ แต่ทางองค์กรบริหารเครือข่ายก็เตรียมแผนการขยายหมายเลขต่อไปแล้ว โดยเพิ่มขยายหมายเลขไอพีให้มีจำนวนฟิลด์มากขึ้น
 

ขอบคุณที่มา : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25

ลิงค์เนื้อหาที่ใกล้เคียงและเกี่ยวข้อง [Tags List]

รัฐบาล วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ประเทศไทย
งานวิจัย คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม
ออนไลน์      

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  

แนะนำบทความใหม่ล่าสุดของหมวดนี้

ลำดับ เรื่อง มีผู้อ่านแล้ว
1. Mifi คือ อะไร 1705
2. แนะนำตัวนับสถิติเว็บไซด์ฟรี 1859
3. กลโกงการซื้อของทางอินเตอร์เน็ท 2023
4. แอปเปิล-เฟซบุ๊ก" สองเทรนด์ที่สวนทาง 2638
5. ลงทะเบียนใช้ Wifi ฟรีทั่วประเทศ 4700
6. Microsoft ประกาศปิดตัวโปรแกรมแชท MSN 3057
7. เมื่อมีสมาชิกถึง 1000 ล้าน!!!.. 2727
8. อวสาน Windows Live Messenger 4375
9. สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใช้เฟซบุ๊ค 4706
10. ถึงเวลาธุรกิจออนไลน์ ต้องปรับตัวรับกระแสแท็บเล็ต 4160
ดูบทความทั้งหมด >> 

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
แนะนำสินค้า/บริการ
โฆษณา
DVDราคาถูกทีสุด
โฆษณา
พัดลมกันระเบิด
โฆษณา
บรรจุภัณฑ์
โฆษณา
ที่พักแก่งกระจาน
โฆษณา
ผลิตสินค้าผ้าไหม
โฆษณา
สั่งสินค้าจากจีน
โฆษณา
ท่องเที่ยวรอบโลก
โฆษณา
โฆษณาฟรี
โฆษณา
อยากมีเว็บคลิก
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!

ซื้อขายสินค้า

 

ร้านค้าฟรี

 

ทีวีออนไลน์

 

ฟังเพลง


วิทยุออนไลน์

 

ดาวน์โหลด ฟรี

 

ดาวน์โหลด

 

เกม

 

เกมส์


โปรโมทเว็บไซต์

 

โปรโมทเว็บฟรี

 

โฆษณา ฟรี

 

ข่าวประจำวัน

หน้าหนาวปีนี้ไปเที่ยวไหนดี?
ไปเที่ยวเชียงใหม่
ไปเที่ยวเชียงราย
ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ไปเที่ยวน่าน
ไปเที่ยวปาย
ไปเที่ยวภูกระดึง
ไปเที่ยวเลย
ไปเที่ยวเพชรบูรณ์
ผู้สนับสนุน 

For Mobile Version

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา
ประกาศซื้อขายฟรี
  • กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
  • การเกษตร และปศุสัตว์
  • การศึกษา อบรมสัมนา
  • กีฬา อุปกรณ์
  • ของเล่น งานอดิเรก
  • ของสะสม ของเก่า
  • ขายตรง ประกันฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
  • จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
  • ดนตรี
  • ต้นไม้ การจัดสวน
  • ท่องเที่ยว ที่พัก
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
  • นัดพบแรงงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
  • แม่และเด็ก
  • รถยนต์ ยานพาหนะ
  • วีดีโอเกมส์
  • ศิลปะและหัตถกรรม
  • สัตว์เลี้ยง
  • สำนักกฏหมาย/ทนาย
  • สำนักงานบัญชี
  • สุขภาพและความงาม
  • เสื้อผ้า แฟชั่น
  • หนัง เพลง
  • หนังสือ เครื่องเขียน สิ่งพิมพ์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
  • อื่นๆ จิปาถะ...
  • โฆษณา
    โฆษณา โฆษณา

    หน้าแรก | บริการของเรา | ข้อตกลงการใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | นโยบาย | เมื่อสมัครเป็นสมาชิก
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย © โดย Power Web Application


     มีผู้ชมออนไลน์อยู่ 674 คน