หน้าแรก | สมัครสมาชิก ฟรี!! | สมาชิก Login | บริการของเรา | เพิ่งมาเป็นครั้งแรก | เวอร์ชั่นมือถือ | เว็บสามัญประจำบ้าน 
โฆษณา
โฆษณา ฟรี
ประกาศซื้อขายฟรีโปรโมทธุรกิจฟรีโปรโมทเว็บไซต์ฟรีร้านค้าออนไลน์ฟรีนิทานออนไลน์ข้อมูลสมุนไพรไทยเทคนิคการเล่นกอล์ฟ
แหล่งกินเที่ยว ทั่วไทยเกมส์ออนไลน์การ์ดอวยพรออนไลน์ฟังเพลงออนไลน์สถานีวิทยุออนไลน์ดูทีวีออนไลน์ข้อมูลสินค้าไอที
คลิปวีดีโอฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกข่าวประจำวันเรียนดนตรีออนไลน์บทความน่ารู้เรียนภาษาออนไลน์ดาวน์โหลดฟรี
รวมข่าวแปลก ๆจัดอันดับเว็บไซต์ไอเดียตกแต่งบ้านเว็บไซต์สำเร็จรูปสูตรอาหารจานเด็ดข้อมูลการท่องเที่ยวหนังการ์ตูน
หุ้น - เศรษฐกิจดูหนังออนไลน์เรื่องย่อละครแม่และเด็กเนื้อเพลงและคอร์ดเช่ารถตู้ไอโฟน (iPhone)
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน 
ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา
หมวดหมู่ ประเภท จังหวัด

การปลูกดาวเรือง


บทความน่ารู้ : เรื่องการปลูกดาวเรือง
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

ดาวเรืองมีกำเนิดในประเทศเม็กซิโก มีหลายชนิด แต่ทีรู้จักคุ้นเคยและอยู่ในความนิยมมีเพียง 2 ชนิด นั้นคือ

1. ดาวเรืองต้นสูง-ดอกใหญ่ ในต่างประเทศเรียก "ดาวเรืองอเมริกัน" หรือ "ดาวเรืองอัฟริกัน" ดอกมีหลายสี อาทิ สีขาวนวล เหลืองอ่อน เหลือง เหลืองทอง และสีส้ม สามารถปลูกเลี้ยงและออกดอกได้ตลอดปี เพียงแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าปลูกในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ดาวเรืองจะออกดอกและตัดจำหน่ายได้ภายใน 60-65 วัน แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนเมษายน ดาวเรืองจะออกดอกช้าลงประมาณ 10 วัน ทั้งนี้เพราะในช่วงดังกล่าวนี้ดาวเรืองจะเจริญเติบโตทางต้นดีมากและออกดอกช้า จึงทำให้ต้นสูงมากจนต้นล้ม จึงต้องโกยดินสุมโคนต้น ประคองไม่ให้ต้นล้ม

2. ดาวเรืองต้นเตี้ย-ดอกเล็ก ในต่างประเทศเรียกว่า "ดาวเรืองฝรั่งเศส" ดอกมีสีเหลือง ส้ม และแดง สามารถปลูกเลี้ยงและออกดอกได้ดีมากในช่วงฤดูหนาว แต่ถ้าปลูกในฤดูร้อน จะเจริญเติบโตทางต้นดีมาก ต้นสูงกว่าปกติและจะไม่ออกดอกหรือจะออกบ้างก็มีเพียง 2-3 ดอกเท่านั้น ซึ่งถ้าปลูกในฤดูหนาวจะออกดอกเกือบร้อยดอกต่อต้น

การขยายพันธ์

โดยใช้เมล็ด เมล็ดดาวเรืองมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับเมล็ดไม้ดอกชนิดอื่น ๆ มีรูปร่างยาวรี และมีหางด้วย การขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดนี้ทำได้ง่ายและสะดวกมาก เพียงแต่เตรียมแปลงปลูกในที่ ๆ ต้องการปลูก หยอดเมล็ดลงในหลุมปลูกโดยตรงหลุมละ 1-2 เมล็ด แต่เนื่องจากเมล็ดดาวเรืองพันธุ์ดี ๆ เช่น "ดาวเรืองเกษตร" จะเป็นเมล็ดลูกผสมชั่วแรก ซึ่งมีราคาแพงมาก จึงควรเพาะเมล็ดในบริเวณที่ดูแลรักษาได้สะดวก ปลอดภัยจากมด และจิ้งหรีด แทนการหยอดเมล็ดลงในหลุมปลูกโดยตรง หรือเพาะเมล็ดในตะกร้าพลาสติก

          ทางที่ดีที่สุดคือ เพาะเมล็ดในถุงพลาสติกขนาด 3 1/2 x 5 นิ้ว โดยเจาะรู้ก้นถุงเพื่อระบายน้ห พร้อมกับพับปากถุงลงไปประมาณ 1 1/2 นิ้ว บรรจุดินหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้เติมน้ำคลุกเคล้าให้มีความชื้นพอประมาณ (ไม่แฉะ) ลงไปในถุง (อย่าอัดแน่น) ให้ระดับดินต่ำจากปากถุงประมาณครึ่งเซนติเมตร หยอดเมล็ดลงไปถุงละ 1 เมล็ด โดยวางตามแนวนอน หรือปักเมล็ดลงไปในแนวตั้งจนมิดเมล็ด ให้ส่วนหางชี้ขึ้น กลบด้วยดินหรือวัสดุปลูกที่เหลือ หนาประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งดินจะพูนปากถุงขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อรดน้ำด้วยหัวบัวละเอียด ๆ จนโชก 2-3 ครั้งในวันแรกที่เพาะ ดินจะยุบตัวเสมอปากถุงพอดี ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์รายวันเพื่อช่วยรักษาความชื้น ในวันที่ 2-3 รดน้ำ 2 ครั้ง เช้า-บ่าย ถ้าเมล็ดมีคุณภาพดี เมล็ดจะงอกภายใน 3 วัน นับจากวันเพาะ ดังนั้นในเย็นวันที่ 3 หรือวันที่ 4 เปิดกระดาษออกเพื่อให้ต้นกล้าได้รับแสงแดดเต็มที่ตั้งแต่เช้าวันที่ 4 หรือ 5 เป็นต้นไป ถ้าปิดกระดาษออกช้า จะทำให้ต้นกล้าอ่อนแอ ต้นจะยืดและล้มพับคอดินได้ง่าย

หลังจากเปิดกระดาษออกแล้ว ในวันต่อ ๆ ไป รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง เช้า-บ่าย ตามความจำเป็น ถ้ารดน้ำมากไป รากจะเน่าเป็นเหตุให้ต้นตายได้

การเพาะเมล็ดลงในถุงพลาสติกหรือภาชนะขนาดเล็กดังกล่าวมานี้ มีผลดีตรงที่เมื่อเมล็ดงอกแล้วไม่จำเป็นย้ายกล้า สามารถเลี้ยงดูต้นกล้าดาวเรืองให้เจริญเติบโตอยู่ในถุงจนกว่าจะมีใบจริง 5-6 คู่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 23-23 วัน นับจากวันเพาะเมล็ด ซึ่งพร้อมที่จะเด็ดยอดให้เหลือใบจริง 4 คู่ หลังจากเด็ดยอดเรียบร้อยแล้วจึงย้ายปลูกลงแปลงทันที ซึ่งสะดวกสบายและประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน

2. โดยใช้ยอดปักชำ การขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ ปกติจะไม่นิยมทำแต่เนื่องจากเมล็ดดาวเรือนพันธุ์ดีมีราคาแพง ประจวบกับการปลูกดาวเรืองในช่วงฤดูร้อน ต้นดาวเรืองจะเจริญเติบโตดีมากและออกดอกช้าลงด้วย ดังนั้นการเด็ดยอดช้าลง 2-3 วัน เพื่อให้ส่วนยอดที่จะเด็ดออกมีความยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร เพื่อนำไปปักชำได้สะดวกจะไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพของดอกของต้นเดิมและต้นที่ได้จากการปักชำยอด จึงไม่ควรขยายพันธุ์โดยวิธีนี้กับต้นดาวเรืองที่ปลูกในฤดูหนาว ซึ่งดาวเรืองออกดอกเร็วจะทำให้ดอกทั้งที่ได้จากต้นเดิมและจากต้นที่ได้จากชำยอดมีขนาดเล็กลงและก้านสั้นไม่ได้คุณภาพ

ควรเตรียมภาชนะใส่น้ำไว้รองรับส่วนยอดที่เด็ดออกเพื่อจะนำไปปักชำ ทั้งนี้เพราะยอดดาวเรืองที่เด็ดจากต้นแล้วจะเหี่ยวภายใน 4-5 นาทีเท่านั้น

ระยะการปลูก

1. ถ้าปลูกต้นดอกแบบติดก้านยาวสำหรับทำเป็นดอกไม้กำ ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 40 คูณ 40 เซนติเมตร ถ้าแปลงกว้าง 1.10 เมตร จะปลูกได้ 3 ต้นต่อแถว หรือร่องกว้าง 4.50 เมตร จะปลูกได้ 11 ต้น ต่อแถว

2. ถ้าปลูกแบบเด็ดดอกใส่ถุงสำหรับร้อยพวงมาลัย ระยะระหว่างต้นระหว่างแถว 70 คูณ 70 เซนติเมตร ถ้าแปลงกว้า 1.10 เมตร จะปลูกได้ 2 ต้นต่อแถว หรือร่องกว้าง 4.50 เมตร จะปลูกได้ 6 ต้นต่อแถว 3. ถ้าปลูกใส่กระถางทำเป็นไม้ดอกกระถาง ควรปลูกในกระถางขนาด 6 หรือ 8 นิ้ว กระถางละ 1 ต้น โดยย้ายกล้าลงปลูกภายหลังเด็ดยอดแล้ว เมื่อมีการแตกกิ่งข้างยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ควรวางกระถางให้ห่างกันหนึ่งเว้นหนึ่งกระถาง มิเช่นนั้นพุ่มต้นจะชะลูดการแตกกิ่งข้างจะไม่พร้อมกันอีกทั้งมีดอกน้อยไม่ครบ 8 ดอก ตามต้องการ

การเตรียมดิน

ดาวเรืองต้องการแสงแดดจัด จึงต้องปลูกดาวเรืองกลางแจ้งให้ได้รับแสงแดดโดยตรง อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง ที่สำคัญคือไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิมตลอดเวลา ควรจะหาพืชอื่นปลูกสลับ แล้วจึงเวียนกลับมาปลูกดาวเรืองใหม่

แม้ดาวเรืองจะสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิดก็ตาม แต่ถ้าจะให้ได้ดาวเรืองที่มีพุ่มต้นสมบูรณ์ ดอกใหญ่และมีคุณภาพดี ดินควรจะมีธาตุอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอ มีการระบายน้ำดีกักเก็บความชื้นไว้พอควร ความเป็นกรดด่างประมาณ 6.5

การเตรียมดินจะทำเช่นเดียวกับการปลูกผักและไม้ดอกชนิดอื่น ๆ คือ ปรุงด้วยปุ๋ยคอกเก่าหรือปุ๋ย กทม. หรือปุ๋ยหมัก ร่วมกับอินทรีย์วัตถุอื่น ๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ที่หาง่าย ราคาถูก อาทิ แกลบดิบ เปลือกถั่ว ชานอ้อย ซึ่งวัสดุดังกล่าวนี้ ไม่ว่าจะผสมลงไปในดินเหนียวหนักหรือดินทรายล้วนก็ตาม จะช่วยทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้น กล่าวคือ ถ้าใส่ลงไปในดินเหนีว อินทรีย์วัตถุจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างอนุภาคของดิน ทำให้เม็ดดินจับตัวกันเป็นก้อนไม่จับกันแน่น มีความพรุนทำให้อากาศถ่ายเทและมีการระบายน้ำดีขึ้น ตลอดจนอุ้มน้ำดีด้วย แต่ถ้าใส่ลงไปในดินทรายซึ่งตามปกติดินทรายจะระบายน้ำดีเกินไป และถ่ายเทอากาศดีมากแต่ไม่มีความสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารต่ำ อีกทั้งในตัวมันเองมีธาตุอาหารน้อยมาก อินทรีย์วัตถุที่เติมลงไปจะเป็นตัวเชื่อมทำให้อนุภาคของทรายเชื่อมกันแข็งแรง ช่วยในการดูดซับน้ำและธาตุอาหารดีขึ้น

การเด็ดยอด

เป็นการเด็ดเอาส่วนยอดออกให้เหลือใบจริงติดไว้กับต้นเพียง 4 คู่ (8 ใบ) เพื่อกระตุ้นให้มีการแตกกิ่งข้างพร้อม ๆ กัน 8 กิ่ง กล่าวคือเมื่อดาวเรืองอายุประมาณ 23-25 วันนับจากวันเพาะเมล็ด มีใบจริงประมาณ 5-6 คู่ จึงจะทำการเด็ดยอด

การเด็ดยอดที่ถูกต้อง ทำได้โดยใช้นิวชี้และนิ้วกลางของมือซ้ายคีบใบหน้าของใบคู่บนสุด (คู่ที่ 4 จากส่วนล่างของต้น) ขณะเดียวกันใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วนางคีบใบหลัง ถ่างออกเบา ๆ ส่วนมือขวา ใช้เฉพาะนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือรวบโคนของยอดดาวเรืองในส่วนที่จะเด็ดออกไว้ให้แน่น ค่อย ๆ เหนี่ยวลงข้าง ๆ อย่างช้า ๆ จนในที่สุดส่วนที่ต้องการเด็ดออกจะหลุดติดมือออกมาทั้งหมด สังเกตได้จากรอยบุ๋มลึกลงไปตรงโคนใบคู่บนสุด ควรเด็ดยอดในตอนเช้าขณะต้นดาวเรืองอวบน้ำจะทำได้สะดวกและย้ายปลูกในเย็นวันเดียวกัน

การปลูก

รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมีสูตรต่ำ ๆ เช่น 10-20-10 หรือ 15-15-15 หรือ 16-16-16 หรือใกล้เคียง หลุมละ 1 ช้อนชา เกลี่ยดินกลบเม็ดปุ๋ยเล็กน้อย เพียงเพื่อไม่ให้รากดาวเรืองสัมผัสกับปุ๋ยโดยตรง เพราะจะทำให้ใบไหม้อันเป็นเหตุให้ต้นเหี่ยวและตาย ถอดถุงออกก่อนปลูก ปลูกหลุมละ 1 ต้น กลบดินให้เสมอใบเลี้ยงหรือสูงกว่าใบเลี้ยงเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่ม ถ้าปลูกจากต้นกล้า ใน 1-2 วันแรก รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อประคองไม่ให้ต้นเหี่ยว หลังจากรากงอกและต้นตั้งตัวได้แล้ว รดน้ำตามความจำเป็น

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำเปียกดอกไม้จะดีที่สุด เพราะดอกดาวเรืองขณะบานจะอุ้มน้ำทำให้คอดอกหัก และดอกเน่าก่อนตัดขาย

การใส่ปุ๋ย

ปุ๋ยมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสมบูรณ์ของต้น และเป็นผลสืบเนื่องถึงคุณภาพของดอก เนื่องจากดาวเรืองเป็นพืชอายุสั้น ใช้เวลาเพียง 60-65 วันนับจากเพาะเมล็ดถึงตัดดอกขาย จึงควรใส่ปุ๋ญให้ถูกต้องตรงตามจังหวะของการเจริญเติบโต นอกเหนือจากปุ๋ยที่ใส่รองก้นหลุมแล้ว การใส่ปุ๋ยเสริมหลังจากปลูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้

1. ช่วงเจริญเติบโตทางต้น เป็นช่วง 30 วันแรกนับจากเพาะเมล็ดในช่วงนี้ควรใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพื่อเร่งให้ดาวเรืองเจริญเติบโตทางตนและแตกกิ่งข้างให้เร็วที่สุด อาจใช้ปุ๋ยแคลเซียมไนเตรตอัตรา 3 ช้อนแกง หรือยูเรีย 1 ช้อนแกง ผสมกับธาตุอาหารเสริมเช่น ดีซ หรือ วิกริโฟล หรือเชียร์ อีก 2 ช้อนแกง ต่อน้ำ 1 ปี๊บ รดหรือพ่นต้นและใบ ขณะอายุได้ประมาณ 14-15 วัน และอีก 1-2 ครั้ง ทันทีหลังจากเด็ดยอดและย้ายปลูกแล้ว ทั้งนี้เพื่อเร่งให้ดาวเรืองแตกกิ่งข้างพร้อม ๆ กันทั้ง 8 กิ่ง

2. ช่วงออกดอก ดาวเรืองจะเริ่มเกิดตาดอกขณะอายุประมาณ 30 วัน ถ้าปลูกในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นในช่วงอายุ 30-45 วันนี้ควรเปลี่ยนใช้ปุ๋ยที่มีตัวกลางสูง เช่น 15-30-15 หรือใกล้เคียง หากหาซื้อไม่ได้อาจใช้ 20-20-20 ฝังลงไปในดินห่างจากต้นประมาณ 1 คืบ อัตรา 1 ช้อนชาต่อต้น ขณะอายุประมาณ 30-35 วัน 1 ครั้ง และเสริมด้วยปุ๋ยเกร็ด สูตร 15-30-15 หรือใกล้เคียง อัตรา 2 ช้อนแกง ผสมกับดีซหรือวิกริโฟลหรือเชียร์ อีก 2 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ พ่นต้นและใบในตอนเย็น ๆ อีก 2-3 ครั้ง (ทุก 3-5 วัน)

3. ช่วงทำคุณภาพ

3.1 ในกรณีที่ตัดดอกติดก้านยาว ๆ ขายเป็นดอกไม้กำ หลังจากอายุได้ 50 วันแล้ว งดปุ๋ยทุกชนิด และก่อนตัดดอกขาย 2-3 วัน ควรพ่นด้วยน้ำผสมน้ำตาลทราย 3-4 ช้อนแกงต่อน้ำ 1 ปี๊บ พ่นต้นและใบจนโชกจะทำให้ดอกดาวเรืองบานทนขึ้น

3.2 ในกรณีที่ปลูกเพื่อเด็ดดอกใส่ถุงสำหรับร้อยพวงมาลัย หลังจากอายุครบ 50 วัน แล้วจะยังไม่งดปุ๋ญ จะใส่ปุ๋ยเม็ดสูตร 16-16-16 หรือใกล้เคียงครั้งละ 1 ช้อนชาต่อเนื่องกันไป ทุก ๆ 10 วัน อีก 3-4 ครั้งจนกว่าต้นจะโทรม ทั้งนี้เพราะยังสามารถตัดดอกขายได้อีกเรื่อย ๆ ประมาณ 45-50 วัน

การแต่งดอกข้าง

หลังจากเด็ดยอดแล้วประมาณ 15-20 วัน คือ เมื่อดาวเรืองอายุ 45-50 วัน ดาวเรืองจะมีกิ่งข้าง 8 กิ่ง พร้อมกับดอกยอดขนาดเมล็ดข้าวโพดกิ่งละ 1 ดอก และแต่ละกิ่งจะมีดอกเล็ก ๆ ขนาดเมล็ดถั่วเขียวเกิดขึ้นทุก ๆ ง่ามใบ

ในกรณีที่ปลูกเพื่อตัดดอกติดก้านยาวเป็นดอกไม้กำซึ่งตลาดต้องการดอกใหญ่ ก้านยาว ดังนั้นจึงต้องแต่งดอกข้างของแต่ละกิ่งออกให้เหลือเฉพาะดอกยอดไว้เท่านั้น โดยใช้นิ้วชี้หักตรงคอดอกย่อยทุก ๆ ง่ามใบออกจนหมดโดยเร็วที่สุด เพื่อดอกยอดจะมีขนาดใหญ่ ก้านยาวตัดจำหน่ายได้ทันเวลา 60-65 วัน

ในกรณีที่ปลูกเพื่อเด็ดดอกใส่ถุงสำหรับร้อยพวงมาลัย ไม่มีความจำเป็นต้องปลิดดอกข้างออก เพราะไม่ต้องการความยาวของก้าน แต่ต้องการปริมาณและคุณภาพของดอก ดังนั้นหลังจากเด็ดยอดแล้ว จึงปล่อยให้ทั้งดอกยอดและดอกข้างเจริญเติบโตต่อไป ซึ่งดอกยอดจะตัดขายได้ก่อนเป็นชุดแรก และดอกข้าง ๆ จะตามมาเป็นชุด ๆ ตัดได้ทุกวันเว้นวันต่อเนื่องไปนาน 45-50 วัน จึงต้องมีการใส่ปุ๋ยให้ทุก ๆ 10 วัน และถ้าดูแลได้ถูกต้องเหมาะสมจะได้ทั้งคุณภาพ และปริมาณต่อเนื่องกันยาวนานจนเกินคุ้ม

ถ้าปลูกเป็นไม้กระถางไม่จำเป็นต้องแต่งดอกข้างออก ควรปล่อยให้ดอกข้างเจริญเติบโตต่อไป ซึ่งจะได้ดอกยอดขนาดใหญ่เป็นหลัก 8 ดอก และกอกข้างมีขนาดลดหลั่นและทยอยบาน ทำให้ดูมีชีวิตชีวาและวางประดับได้ประมาณ 1 เดือน

ศัตรูดาวเรือง

1. เพลี้ยไฟ เป็นเพลี้ยไฟขนาดเล็ก มีสีครีม และปีกคล้ายขนสีดำตัวอ่อนมีสีขาวนวล จะระบาดมากในช่วงฤดูร้อน ทำลายยอดอ่อนและดอกอ่อนโดยการดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้ส่วนที่ถูกดูดหงิกงอและแห้งเหี่ยวไปในที่สุด ป้องกันและกำจัดโดย

1.1 ฝังฟูราดาน 3 จี ทันทีหลังจากเด็ดยอด และต่อ ๆ ไปทุก 15 วัน

1.2 พ่นด้วยสารฆ่าแมลงในตอนเช้า 09.00-10.00 น. อาจใช้พอสซ์ 20 เปอร์เซนต์ อีซี หรือแลนเนท หรือคาราเต้ หรือธีโอดาน ที่สำคัญควรพ่นให้ถูกต้อง

2. หนอนผีเสื้อ เป็นหนอน 3 ชนิด คือ หนอนกระทู้หอม หนอนเจาะสมอฝ้าย และหนอนกระทู้ผัก เกิดจากแม่ผีเสื้อมาวางไข่ไว้บริเวณใบอ่อนและดอกตูม เมื่อหนอนผีเสื้อฟักออกมาเป็นตัว จะกัดกินที่บริเวณดอกตูม จะระบาดมากในฤดูฝนที่มีฝนตกชุก

ป้องกัน และกำจัดโดย

2.1 หว่านลูกเหม็นที่มีขายในท้องตลาดลงไปบนดิน บริเวณโคนต้นในอัตราต้นละ 1-2 เม็ด กลิ่นของลูกเหม็นในเวลากลางวันขณะถูกแสงแดง จะฉุนมาก ป้องกันไม่ให้ผีเสื้อมาวางไข่

2.2 เมื่อมีหนอนระบาด ควรจับหนอนฆ่าถ้าเห็นตัว

2.3 พ่นด้วยสารเมทโธมิลสลับกับไพรีพรอยด์สังเคราะห์

2.4 พ่นด้วยสารละลายเนมาโทดิค 22 ในเวลาเช้าก่อน 10 โมง หรือหลังบ่าย 4 โมง สารเนมาโทดิคได้จากไส้เดือนฝอยตระกูลคาโปแคปซีเป็นไส้เดือนฝอยศัตรูหนอน เป็นการฆ่าหนอนโดยชีววิะี พ่นทุก ๆ 15 วัน หนอนจะถูกทำลายและตายภายใน 24-48 ชั่วโมง

สารเนมาโทดิค 22 เป็นสารใหม่แต่ใช้ได้ผลดีมาก โดยไม่เป็นพิษกับพืช และคน ที่สำคัญคือ เกษตรกรสามารถเตรียมสารนี้ไว้ใช้เองได้ ถ้ารู้วิธีโดยซื้อไส้เดือนฝอยมาใช้เพียงครั้งเดียว โดยติดต่อขอคำแนะนำจากองกีฏวิทยา กรมวิชาการเกษตร ในบริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพ 10900 โทร. (02) 5791061, 5795583 หรือติดต่อซื้อจากบริษัทผู้ผลิต

3. โรคเหี่ยว เกิดกับดาวเรืองในขณะเจริญเติบโตเต็มที่และดอกเริ่มจะบาน โดยใบยอดจะแสดงอาการเหี่ยวในตอนสาย ๆ และเหี่ยวมากในช่วงกลางวันที่มีแสงแดดจัด อาการคล้ายขาดน้ำ แต่ในตอนกลางคืนหรือเช้าตรู่ ต้นจะกลับฟื้นดังเดิม เป็นอยู่เช่นนี้ 3-4 วัน หลังจากนั้นจะเหี่ยวทั้งต้น และตายไปในที่สุด จากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากเชื้อราไฟทอปทอร่า (Phytophthora sp.) ถ้าเกิดกับต้นดาวเรืองแล้ว วิธีป้องกันกำจัดที่ดีที่สุดคือ ถอนแล้วเผาให้สิ้นซาก ป้องกันโดยพ่นสารไดโฟลาแทนหรือไดเทนเอ็ม 45 สัปดาห์ละ 1 ครั้ง

4. โรคใบหงิก จะเกิดกับดาวเรืองในระยะกำลังเจริญเติบโตเต็มที่และเริ่มออกดอก เช่นเดียวกันกับโรคเหี่ยว โดยเกิดกับใบยอดก่อน ใบจะแสดงอาการหงิกม้วน และกรอบนิด ๆ แผ่นใบจะไม่แผ่กางเต็มที่เหมือนใบปกติ ทำให้ดอกเล็กและบางครั้งจะไม่บาน จากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากเชื้อไมโครพลาสมา รักษาไม่ได้ แต่ป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดโดยการขุดต้นที่เป็นโรคนี้เผาให้สิ้นซากทันทีที่พบเห็น


ขอบคุณที่มา : doae.go.th

ลิงค์เนื้อหาที่ใกล้เคียงและเกี่ยวข้อง [Tags List]

กระดาษ หนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัย กรุงเทพ
ดอกไม้ ปลูกผัก หนังสือ อาหารเสริม
น้ำตาล ไนโตรเจน พวงมาลัย  

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  

แนะนำบทความใหม่ล่าสุดของหมวดนี้

ลำดับ เรื่อง มีผู้อ่านแล้ว
1. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 34925
2. ข้าวโพดหวานพันธุ์รับรอง 7542
3. การเลี้ยงไก่พื้นบ้าน 33953
4. การดูแลกระต่าย 15643
5. การเริ่มต้นเลี้ยงปลาทอง 13055
6. การเลี้ยงปลาแบบผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ 9195
7. ผักชีฝรั่ง 21288
8. กะหล่ำปม (Kohlrabi) 7511
9. พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก 20759
10. การให้อาหารปลาทอง 16178
ดูบทความทั้งหมด >> 

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
แนะนำสินค้า/บริการ
โฆษณา
DVDราคาถูกทีสุด
โฆษณา
พัดลมกันระเบิด
โฆษณา
บรรจุภัณฑ์
โฆษณา
ที่พักแก่งกระจาน
โฆษณา
ผลิตสินค้าผ้าไหม
โฆษณา
สั่งสินค้าจากจีน
โฆษณา
ท่องเที่ยวรอบโลก
โฆษณา
โฆษณาฟรี
โฆษณา
อยากมีเว็บคลิก
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!

ซื้อขายสินค้า

 

ร้านค้าฟรี

 

ทีวีออนไลน์

 

ฟังเพลง


วิทยุออนไลน์

 

ดาวน์โหลด ฟรี

 

ดาวน์โหลด

 

เกม

 

เกมส์


โปรโมทเว็บไซต์

 

โปรโมทเว็บฟรี

 

โฆษณา ฟรี

 

ข่าวประจำวัน

หน้าหนาวปีนี้ไปเที่ยวไหนดี?
ไปเที่ยวเชียงใหม่
ไปเที่ยวเชียงราย
ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ไปเที่ยวน่าน
ไปเที่ยวปาย
ไปเที่ยวภูกระดึง
ไปเที่ยวเลย
ไปเที่ยวเพชรบูรณ์
ผู้สนับสนุน 

For Mobile Version

โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา
ประกาศซื้อขายฟรี
  • กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
  • การเกษตร และปศุสัตว์
  • การศึกษา อบรมสัมนา
  • กีฬา อุปกรณ์
  • ของเล่น งานอดิเรก
  • ของสะสม ของเก่า
  • ขายตรง ประกันฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
  • จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
  • ดนตรี
  • ต้นไม้ การจัดสวน
  • ท่องเที่ยว ที่พัก
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
  • นัดพบแรงงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
  • แม่และเด็ก
  • รถยนต์ ยานพาหนะ
  • วีดีโอเกมส์
  • ศิลปะและหัตถกรรม
  • สัตว์เลี้ยง
  • สำนักกฏหมาย/ทนาย
  • สำนักงานบัญชี
  • สุขภาพและความงาม
  • เสื้อผ้า แฟชั่น
  • หนัง เพลง
  • หนังสือ เครื่องเขียน สิ่งพิมพ์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
  • อื่นๆ จิปาถะ...
  • โฆษณา
    โฆษณา โฆษณา

    หน้าแรก | บริการของเรา | ข้อตกลงการใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | นโยบาย | เมื่อสมัครเป็นสมาชิก
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย © โดย Power Web Application


     มีผู้ชมออนไลน์อยู่ 444 คน