หน้าแรก | สมัครสมาชิก ฟรี!! | สมาชิก Login | บริการของเรา | เพิ่งมาเป็นครั้งแรก | Shopping | เว็บสามัญประจำบ้าน 
โฆษณา
โฆษณา ฟรี
ประกาศซื้อขายฟรีโปรโมทธุรกิจฟรีโปรโมทเว็บไซต์ฟรีร้านค้าออนไลน์ฟรีนิทานออนไลน์ข้อมูลสมุนไพรไทยเทคนิคการเล่นกอล์ฟ
แหล่งกินเที่ยว ทั่วไทยเกมส์ออนไลน์การ์ดอวยพรออนไลน์ฟังเพลงออนไลน์สถานีวิทยุออนไลน์ดูทีวีออนไลน์ข้อมูลสินค้าไอที
คลิปวีดีโอฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกข่าวประจำวันเรียนดนตรีออนไลน์บทความน่ารู้เรียนภาษาออนไลน์ดาวน์โหลดฟรี
รวมข่าวแปลก ๆจัดอันดับเว็บไซต์ไอเดียตกแต่งบ้านเว็บไซต์สำเร็จรูปสูตรอาหารจานเด็ดข้อมูลการท่องเที่ยวหนังการ์ตูน
หุ้น - เศรษฐกิจดูหนังออนไลน์เรื่องย่อละครแม่และเด็กเนื้อเพลงและคอร์ดเช่ารถตู้ไอโฟน (iPhone)
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา
หมวดหมู่ ประเภท จังหวัด

กิจกรรม วัฒนธรรม และประเพณี จังหวัดลำพูน

ศูนย์รวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และฯลฯ ของจังหวัดลำพูน

เช่ารถตู้ไปลำพูน คลิกที่นี่!

เราบริการด้วยรถตู้เอ็นจีวี ช่วยคุณประหยัดกว่ารถน้ำมันถึง 4 เท่า
ปลายทางระยะทางระยะเวลาส่งขาเดียว
(รวมค่าเชื้อเพลิง)
ราคาต่อวัน
(ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง)
เช่ารถตู้ไปลำพูน
685
10:13
10,200 บาท
วันละ 2,700 บาท
ใช้ต่อเนื่อง 4 วันขึ้นไป
วันละ 2,200 บาท
ใช้ต่อเนื่อง 6 วันขึ้นไป
วันละ 2,100 บาท

ประเพณีการแข่งขันกลองหลวง

ประวัติ / ความเป็นมา
          ประเพณีการแข่งขันกลองหลวง เป็นประเพณีของชาวล้านนา กลองดังกล่าวคือ กลองแอว เป็นกลองขึงหนังเร่งเสียงหน้าเดียว ลำกลองมีขนาดยาว ก้นกลองผายออก ขนาดเล็ก เรียกว่า "กลองแอวเล็ก" ขนาดกลาง เรียกว่า กลองแอวกลาง กลองทั้ง 2 ประเภทนี้มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา เหมาะแก่การเคลื่อนย้าย จึงนิยมนำไปบรรเลงเข้าขบวนแห่ และขบวนฟ้อนในงานทั่วไป ส่วนอีกชนิดหนึ่งมีขนาดใหญ่ เรียกว่า กลองแอวใหญ่ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "กลองหลวง" ซึ่งเป็นหลองที่นำมาแข่งขันกันของชาวล้านนา การนำกลองหลวงเข้าร่วมบรรเลงในขบวนนิยมใช้เกวียนบรรทุก บรรเลงร่วมไปกับตะโล้ดโป๊ด ซึ่งเป็นกลอง 2 หน้า ทำหน้าที่ตีขัดสอดแทรกไปกับกลองหลวง ฉวา (ฉาบใหญ่) และฆ้องโหม่ง ซึ่งมีขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่ จำนวน 2-9 ใบ งานที่นิยมนำกลองหลวงเข้าขบวนแห่ ก็คือ งานสงกรานต์ งานปอยหลวง งานสรงน้ำพระธาตุที่วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร งานประเพณีของจังหวัด เป็นต้น นอกจากการแข่งขันกลองหลวงที่มีขื่อเสียงที่จังหวัดลำพูนแล้ว ยังมีการแข่งขันกลองหลวงที่เชียงใหม่ เป็นต้น         
          การแข่งขันกลองหลวงมีมาช้านานแล้ว ในอดีตมีเป้าหมายเพื่อความสนุกสนาน อวดกำลังการตี อวดเสียงดังกว่า ไม่ได้มีรางวัลตอบแทนแต่อย่างใด จากการบอกเล่าของพระครูเวฬุวันพิทักษ์เจ้าคณะอำเภอป่าซาง และพระครูสังวรญาณเจ้าคณะอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน กล่าวกันว่า มีสล่ากลองผู้หนึ่งชื่อ พ่อหนานหลวง เป็นคนเชื้อสายลาวเชียงใหม่ มีถิ่นฐานอยู่บ้านทุ่งตุม ตำบลแม่ก๊า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่  เกิดเมื่อ พ.ศ. 2407 เป็นเพื่อนสนิทของพระครูพุทธิ วงค์ธาดา  เจ้าอาวาสวัดฉางข้าวน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน         
การสืบปีเกิดของพ่อหนานหลวงนั้น พระครูเวฬุวันพิทักษ์ ได้เทียบอายุของพระครูพุทธิ วงศ์ธาดา ซึ่งมรณภาพ เมื่อ พ.ศ. 2482 ขณะเมื่อมีอายุ 75 ปี ทั้ง 2 ท่านมีอายุเท่ากัน พ่อหนานหลวงได้สร้างกลองหลวงขึ้นใบหนึ่งมีขนาดใหญ่ยาว 7 ศอก หน้ากลองมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 นิ้ว กลองที่สร้างเมื่อดูรูปทรงภายนอกเหมือนกับกลองหลวงทั่วไป แต่ภายในได้เจาะรูเป็นท่อยาว ตรงกลางของกลองเชื่อมระหว่างรูที่ไหกลองกับก้นกลองรูปกรวยที่เรียกว่า "บุกก้น" ประมาณว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 7 และสร้างที่บ้านทุ่งตุมจนเสร็จ จึงได้นำไปถวายให้พระครูพุทธิวงศ์ธาดา ที่วัดฉางข้าวน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน          
          พระครูพุทธิวงศ์ธาดาได้ใช้กลองหลวงใบใหม่นี้เข้าขบวนแห่ครัวทาน และได้มีโอกาสนำไปตีอวดความดัง ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความดังที่คนตี ตีกระหน่ำลงบนหนังหน้ากลองแรงกระเทือนไหกลองพร้อมๆ กับพุ่งผ่านท่อยาวภายในลำตัวกลอง หลายคนที่ได้ยินถึงกับเอ่ยปากกล่าวกันว่า "กลองอะไร รูเท่าไข่เป็ด แต่เสียงดังม่วนหลาย"         
          ความดังของกลองหลวงใบใหม่นี้มี "ลูกปลาย" ซึ่งเป็นลักษณะของเสียงที่นิยมว่าดีเลิศ ด้วยความพิเศษดังกล่าว จึงทำให้สล่ากลองท่านอื่นสร้างเลียนแบบ และนำมาตีแข่งขันกัน ประชันเสียงกัน จนกระทั่งกลองหลวงรูปแบบใหม่นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และกระจายทั่วไปตามวัดต่างๆ ในเขตอำเภอป่าซาง และอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดลำพูน ไปจนถึงอำเภอต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ บ้างเมื่อถึงโอกาสที่มีงานประเพณีงานเทศกาลสำคัญๆ หรืองานปอยหลวง ศรัทธาจากวัดต่างๆ ที่มีกลองหลวงก็จะนำเข้าขบวนแห่ และมีการนัดหมายแข่งขันกันขึ้น จากที่ไม่เป็นทางการและไม่มีรูปแบบการแข่งขันที่ชัดเจนจนกระทั่งมีการกำหนดกฎเกณฑ์อย่างเป็นระบบระเบียบขึ้น         
   การแข่งขันกลองหลวงจึงจำแนกออกได้ 2 ลักษณะ คือ         
          1.  เป็นการแข่งขันตีกลองเพื่อความสนุกสนาน และการผูกพันธไมตรีระหว่างศรัทธาวัดหรือประชาชนมากกว่าการมุ่งจะชนะเพื่อเงินรางวัล แข่งขันกันเพื่ออวดว่ากลองวัดใดเสียงดี และดังแจ่มกว่ากัน ไม่มีระเบียบวิธีการแข่งขันที่แน่นอน ทุกคนมีสิทธิ์เป็นกรรมการตัดสินร่วมกัน บางแห่งคนตีกลองวัดหนึ่งจะไปตีกลองอีกวัดหนึ่งก็ได้ การแพ้ชนะ เมื่อประลองกันแล้ว ทุกฝ่ายจะรู้และยอมรับซึ่งกันและกัน การแข่งขันกลองแบบนี้มีมาก่อนที่กลองจะได้รับการพัฒนาจากพ่อหนานหลวง จนกระทั่งกลายมาเป็นกลองเพื่อการแข่งขันในปัจจุบัน         
ในอดีตชาวบ้านส่วนใหญ่มีภารกิจในตอนกลางวัน ต้องทำไร่ ทำนา ถ้าไม่มีการแข่งขันหลังเสร็จสิ้นขบวนแห่ครัวทาน ชาวบ้านก็จะนัดหมายกันแข่งขันในเวลากลางคืน โดยเฉพาะกลางคืนเดือนหงายแต่ในปัจจุบันการประกอบอาชีพเปลี่ยนไป การแข่งขันจึงนิยมแข่งในเวลากลางวัน  
ตัวอย่างของการแข่งขันกลองหลวงเพื่อความสนุกสนาน ได้แก่ การแข่งขันในงานสงกรานต์ของอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดที่โรงเรียนสันทรายหลวง เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2533 การแข่งขันครั้งนี้มีกลองมาร่วมแข่งขัน 5 ใบ จากวัดพยากน้อย วัดหัวฝาย วัดสันต้นเปา วัดพระแท่นน้อย และวัดป่าไผ่ ทุกวัดอยู่ในเขตอำเภอสันทรายทั้งสิ้น กลองของวัดป่าไผ่เสียงไม่ดังพอจึงถอนตัวจากการแข่งขันจึงเหลือกลองที่เข้าแข่งขันเพียง 4 ในเท่านั้น กลองทุกใบตั้งอยู่บนเกวียนแบบโบราณอย่างสวยงามหันก้นกลองลงสู่สนาม กรรมการยืนหันหน้าเข้าหาก้นกลองในระยะ 10 กว่าก้าวย่าง ทันทีที่มีผู้ส่งสัญญาณ คนตีกลองจะพันผ้าที่มือขวา (บางคนมือซ้าย) ให้ผ้าที่พันมีรูปแหลมเหมือนปลีกล้วย ตีกระหน่ำไปบนหนังกลองบริเวณจำกลอง โดยเริ่มจากช้า 1-2 ครั้ง จากนั้นก็จะตีถี่ซอย ทุกกลองจะไม่ยอมแพ้ต่อกันจนไม่ทราบว่าเสียงที่ดังชัดเจน  ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งเดียวนั้นมาจากกลองใบใด ต่างก็ชี้ไปที่กลองของวัดหัวฝาย การตัดสินจึงลงเอยที่กรรมการ (ผู้ฟัง) ตัดสินให้กลองวัดหัวฝาย ตำบลเมืองเลน อำเภอสันทราย ชนะที่ 1 จากนั้น ก็คัดเลือกกลองใบชนะออก และดำเนินการการแข่งขันกลองที่เหลือต่อ การแข่งขันกลองในวันนั้น ไม่มีการมอบรางวัล เมื่อเสร็จงานทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านของตน       
          2. แข่งขันเพื่อชิงชัย การแข่งขันเพื่อชิงชัย เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปแบบ เมื่อประมาณ พ.ศ.2496 โดยพระครูเวฬุวันพิทักษ์ ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนในเวลานั้น ได้พิจารณาว่า กิจกรรมการแข่งขันกลองหลวงได้ซบเซา ตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยความสนใจ และเห็นคุณค่า ของกลองประกอบกับความรักในศิลปะประเพณีพื้นบ้าน ท่านจึงเกิดแนวความคิดที่จะอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนากลองหลวงขึ้น         
แนวคิดที่ท่านกล่าวอย่างมั่นใจก็คือ ต้องการให้กลองหลวง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของล้านนาเหมือนกับที่ภาคใต้มีโนรา ภาคอีสานมีแคน ท่านเริ่มต้นด้วยการจัดแข่งขันกลงหลวงเป็นครั้งแรกที่ลานวัดพระพุทธบาทตากผ้า มีกลองหลวงจากวัดต่างๆ เข้าแข่งขันจำนวน 10 กว่าวัด ทั้งจากเชียงใหม่ และลำพูน มีวัดม่วงโตน อำเภอม่วงโตน จังหวัดลำพูน วัดทุ่งแป๊ง วัดทุ่งขลุก อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ วัดทุ่งท้อ อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่         
การแข่งขันครั้งนี้มีระบบระเบียบชัดเจน มีกฎเกณฑ์ และคณะกรรมการตัดสิน มีเงินรางวัลมากน้อยตามลำดับและที่แปลกออกไปประการหนึ่ง คือ สนามที่แข่งมีการล้อมรั้วเก็บเงินค่าผ่านประตู คนละ 1-2 บาท ผลการแข่งขันในครั้งนั้น ปรากฏว่า กลองหลวงของวัดม่วงโตน ตำบลม่วงโตน อำเภอม่วงโตน จังหวัดลำพูน ได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงนับได้ว่า การแข่งขันกลองหลวง เพื่อชิงชัยอย่างมีระบบระเบียบจึงเกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นครั้งแรก

         
กำหนดงาน         
          ประเพณีการแข่งขันกลองหลวงนั้น จัดติดต่อกันทุกปี คือ จัดในวัน แปดเป็ง (หรือวันเพ็ญเดือนหกของภาคกลาง) ซึ่งเป็นงานสรงน้ำพระธาตุหริภุยไชย สมโภชพระธาตุ และวันวิสาขบูชา จัดที่วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร และในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 มีการแข่งขันกลองหลวงที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน  สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่
www.tat.or.th/festival


กิจกรรม / พิธี        
          การที่วัดต่างๆ ในอำเภอป่าซาง และอำเภอใกล้เคียง ตื่นตัวและนิยมสร้างกลองหลวง เพื่อการแข่งขัน ทำให้พระครูเวฬุวันพิทักษ์ คิดค้นและพัฒนากลองขึ้น โดยเริ่มต้นจากการสร้างกลองให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ขยายหนังหน้ากลอง จากเส้นผ่าศูนย์กลาง 24 นิ้ว เป็น 26 นิ้ว การขยาย ขนาดกลองนี้จัดสร้างที่วัดฉางข้าวน้อย เมื่อประมาณ พ.ศ. 2510 กลองหน้ากว้าง 26 นิ้ว มีคุณภาพเสียงดีกว่า และดังกลบเสียงของกลองหน้ากว้าง 24 นิ้ว บรรดาวัดต่างๆ จึงคิดขยายขนาดตามจนแพร่หลาย ส่วนในด้านการแข่งขัน เพิ่มความเข้มขันขึ้น ปัญหาที่ประสบอยู่เสมอ คือ การไม่ยอมรับในผลการตัดสินของกรรมการ ผู้แข่งหลายวัดไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ มีการกลั่นแกล้งกันบ้างในบางแห่ง เช่น การดีดเศษหินเข้าไปในกลองของคู่ต่อสู้เป็นต้น        
          การที่กลองหลวงได้ขยายขนาดและหน้ากลองจาก 24 นิ้ว เป็น 26 นิ้ว ทั้งยังได้ปรับโครงสร้างภายใน ทำให้คุณภาพของเสียงดีขึ้น ต่อมาอีกไม่นานพระครูเวฬุวันพิทักษ์ได้ขยายขนาดและหน้ากลองจากเดิม 26 นิ้ว และ 28 นิ้ว ให้มีความยาว 6 ศอก 10 นิ้ว หรือประมาณ 330 เซนติเมตา นับเป็นกลองที่มีขนาดคุณภาพเสียงสูงสุด ความดังของกลองเมื่อนำไปแข่งขันรวมกับกลองขนาดหน้ากว้าง 26 นิ้ว เสียงจะดังมากกว่าและกลบเสียงกลองใบอื่น ดังนั้น จึงมีการตื่นตัว และวัดอื่นจึงสร้างกลองให้มีขนาดใหญ่เท่ากัน      
          ดังนั้น กลองหลวงแบบมาตรฐานที่เหมาะสำหรับการแข่งขันในปัจจุบันจึงเป็นกลองขนาดหน้ากว้าง 28 นิ้ว ยาว 6 ศอก 10 นิ้ว และจากการที่พระครูเวฬุวันพิทักษ์ ได้ส่งเสริมกิจกรรมการแข่งขันกลองหลวงตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2439) เป็นเวลา 43 ปี ทำให้วัดต่างๆ โดยเฉพาะอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน กลายเป็นศูนย์กลางของกลองหลวงที่มีคุณภาพเสียงดีที่สุด เพราะวัดต่างๆ ได้พยายามพัฒนาเสียงของตนอยู่เสมอ บางวัดยอมจำหน่ายกลองไปยังที่วัดรอบนอก หรือวัดในต่างจังหวัด เมื่อเห็นว่ามีขนาดเล็กเกินไป หรือไม่สามารถปรับปรุงเสียงต่อไปได้อีกแล้ว บางวัดจำหน่ายให้คหบดี ซึ่งมีฐานะดี และมีรสนิยมในการสะสมของเก่า หรือบรรดานักค้าของเก่า         
   กลองหลวงที่ใช้สำหรับแข่งขันนั้นมีคุณลักษณะเฉพาะ ซึ่งพระครูเวฬุวันพิทักษ์อธิบายว่ามี 4 ประการคือ          
          1.  สัดส่วนที่เหมาะสมของกลอง เพราะสัดส่วนที่เหมาะสมของกลองมีความจำเป็น และมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดคุณภาพเสียงที่ดังแจ่มชัด ทั้งนี้ เพราะรูปทรงของกลองและระบบโครงสร้างภายในต้องให้กลุ่มเสียงถูกต้องตามหลักอุโฆษวิทยา โดยเฉพาะสัดส่วนภายนอกกับระบบในไหกลองออมหรือรังนก ท่อส่งเสียงไปจนถึงรูโล่งก้นที่ก้นกลอง  ความสำคัญ ของระบบโครงสร้างภายในนี้ จึงพบเสมอว่า กลองหลวงลูกใดที่มีคุณภาพเสียงด้อยกว่าจะถูกนำมาแก้ไขในส่วนของออมหรือรังนกส่วนหนึ่ง และในรูบริเวณบุกก้นด้านใน จะมีการใช้ชันยา หรือดินน้ำมันพอกแต่งเสียงปรากฎอยู่         
          2.  หนังหน้ากลอง ในสมัยก่อนที่จะนิยมสร้างกลองเพื่อชิงชัยกันนั้น การใช้หนังกลองไม่พิถีพิถันกันมากนักหนังกลองจึงใช้หนังจากวัวตัวผู้บ้าง เมื่อกลองมีบทบาทเพื่อการแข่งขัน จึงเกิดการศึกษารายละเอียด ตลอดจนการแสวงหาผืนหนังที่ดีที่สุด ในที่สุดก็พบว่าหนังวัวที่มีคุณภาพเหมาะสมคือ หนังวัวตัวผู้ ใช้หนังวัวด้านเปี่ยมน้ำ โดยใช้ด้านข้างตัวให้เป็นแนวรูปกลม อาจจะติดแนวสันหลังเล็กน้อย จากข้อสังเกตุว่าธรรมชาติของสัตว์ เมื่อกินหญ้าหรือเวลานอนจะนอนทับด้านขวา ส่วนด้านซ้ายอยู่ตอนบน ดังนั้นหนังในส่วนด้านขวาจึงหยาบกระด้าง ในขณะทีหนังด้านซ้ายมีความนิ่มนวลว่า ด้วยเหตุนี้หนังวัวตัวหนึ่งใช้ทำหนังหน้ากลองได้เพียงเดียว และนำหนังมาแช่น้ำให้นิ่มและทุบจนหนังแตกขึ้นลายราบเรียบ ไม่มีส่วนนูนโค้ง จากนั้น จึงนำไปขึ้นหนังเร่งเสียงตามวิธีการต่อไป         
          3.  ความชำนาญของคนตีกลอง ข้อมือ และกำลังต้นแขน เป็นตำแหน่งสำคัญทีสุดของคนตี จะโหมพละกำลังที่มีอยู่ในระดับที่พอเหมาะ คนตีกลองแข่งเป็นชายหนุ่มที่มีร่างกายแข็งแรง มีทักษะและผ่านการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี ตีเป็น รู้น้ำหนัก และจังหวะของการตี ในการแข่งขันจึงใช้คนตีกลองมากกว่า 2 คน เพื่อผลัดเปลี่ยนกันตี  คนตีกลองเก่งๆ นี้มีลำแขนบริเวณกล้ามเนื้อใต้ศอกโตกว่าแขนอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด         
          4.  ผู้ควบคุมระดับเสียงกลอง ทำหน้าที่กำกับการตั้งเสียงของกลองว่า การรั้งขนเม่นเร่งเสียง การติดจ่า ได้ขนาดและมีเสียงตามต้องการเพียงใด และต้องปรับแก้เมื่อเสียงยังไม่เข้าที่  ดังนั้นผู้ควบคุมเสียงจึงต้องเป็นคนที่ฟังเสียงกลองเป็น รู้วิธีการในการปรับแก้เสียง เพื่อให้กลองของคณะตนมีคุณภาพดเสียงที่ดีที่สุด         
เมื่อมีการแข่งขันกลองหลวง วัดหรือหน่วยงานใดที่จัดงานการแข่งขัน กรรมการจะออกหนังสือเชิญไปยังวัดต่างๆ ที่มีกลองหลวงโดยตรง บางแห่งอาจประกาศเชิญชวนด้วยใบฎีกา หรือเชิญชวนโดยผ่านสื่อมวลชน โดยแจ้งสนามที่จัดแข่งขันประเภทของงาน เช่น งานประเพณี งานปอยหลวง เป็นต้น แจ้งวัน เวลา เงินรางวัล ค่าชักลาก         
ในวันแข่งขัน เมื่อถึงเวลากลองหลวงคณะต่างๆ จะชักลากเกวียนกลองหลวงมาสู่สนามแข่ง ก่อนเวลาแข่งขันจริง ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมต่างๆ เช่น การขึ้นหนังเร่งเสียง การติดจ่า การทดสอบเสียงและการปรับแก้ไขให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ก่อนแข่งขันจริง         
          คณะกลองหลวงหนึ่งประกอบด้วยกลองจำนวน 1 ใบ คนตีไม่น้อยกว่า 2 คน ผู้ควบคุมการตั้งระดับเสียง และผู้ช่วยชักลากไม่จำกัดจำนวน   เมื่อคณะกลองหลวงไปถึงสนามแข่ง กรรมการโฆษกประกาศเรียกตัวแทนคณะไปจับสลากเพื่อให้ทราบลำดับและชุดของการแข่งขัน         
          ในสนามแข่งมีกลองหลวงมากๆ กรรมการจะจัดชุดแข่งชุดละ 4 ใบ เมื่อสลับที่แล้วจะคัดออก 2 ใบ เข้ารอบ 2 ใบ การสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งตีกลองแข่งมีเหตุผล คือ เพื่อมิให้ทุกคณะเกิดการได้เปรียบหรือเสียเปรียบต่อกันอันเนื่องมาจาก  เงื่อนไขของดินฟ้าอากาศหรือทิศทางลม เป็นต้น         
          เมื่อถึงเวลาการแข่งขัน คณะกรรมการและผู้แข่งขันเข้าประจำที่ กรรมการโฆษกประกาศให้ชุดแข่งขันเตรียมพร้อม กรรมการกำกับเส้นแนวตรวจวัดเส้นแนว กรรมการสัญญาณธง ยกธงแดง กรรมการประกาศให้แต่ละคณะตีกลองให้กรรมการฟังทีละใบ กรรมการให้สัญญาณเสียง (นกหวีด) เริ่มการแข่งขันกรรมการสัญญาณธง ยกธงเขียวขึ้น ระยะเวลาของการตีกลองแข่ง อยู่ระหว่าง 20-30 วินาที ผู้ตีกลองจะสลับคนตีกี่คนก็ได้ แต่ต้องตีหนังหน้ากลองให้เกิดเสียงเพียงคนเดียวเท่านั้น เมื่อกรรมการให้สัญญาณเสียงยุติการแข่งขัน กรรมการสัญญาณธงยกธงแดงกลองแข่งขันทุกใบจะหยุดและสับเปลี่ยนตำแหน่งตีตามที่กรรมการกำหนดจนหมดชุด กรรมการรวมคะแนน และคัดกลองออกให้เข้ารอบเพียง 2 ใบ          
          คณะกลองที่ตกรอบแรกรับเงินค่าชักลากตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อมีหนังสือเชิญชวนส่วนคณะกลองที่ตกรอบในรอบที่ 2 ได้รับเงินค่าชักลากเพิ่ม เช่น ถ้าตกรอบแรกได้ค่าชักลาก 100 บาท คณะที่ตกรอบ 2 ได้เพิ่มเป็น 120 บาท เป็นต้น  การเพิ่มค่าชักลากนี้ไม่ได้กำหนดตายตัว ขึ้นอยู่กับการจัดงานเป็นครั้งๆ ไป  กลองหลวงที่เข้าแข่งขันจะได้รับเงินรางวัลและค่าตอบแทน "ค่าชักลาก" ไม่มากนัก แต่การที่สามารถทำให้คณะของตนครองความเป็นเจ้าแห่งเสียงกลองเป็นเป้าหมายหลักและความภาคภูมิใจที่แท้จริงของผู้เข้าแข่งขันทุกคน   ส่วนผลที่ได้ก็คือ การรวมกลุ่มทางสังคม กิจกรรมที่มีการพบปะสังสรรค์ ย่อมทำให้เกิดความสามัคคี การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เกิดการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสืบไป

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
ของดีประจำจังหวัดลำพูน (สินค้าและบริการ)
 โรงแรม

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 รีสอร์ทราคา
แนะนำห้องพัก ดาหลา รีสอร์ท (เกี๊ยว ดาหลา)
ประกาศเมื่อ : 3/3/2552 15:48:34
400
 ห้องพักราคา
แนะนำห้องพักบรรยากาศดีที่ลำพูน
ประกาศเมื่อ : 7/2/2552 19:23:04
350
 แพ็คเก็จทัวร์

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 ร้านอาหาร

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 รถเช่า

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 ของที่ระลึก

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 อื่นๆ

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

ซื้อขายสินค้า

 

เปิดร้านค้าฟรี

 

ทีวีออนไลน์

 

ฟังเพลง


ฟังวิทยุออนไลน์

 

ดาวน์โหลด

 

ฟรีดาวน์โหลด

 

เกม

 

เกมส์


โปรโมทเว็บไซต์

 

โปรโมทเว็บฟรี

 

โฆษณาฟรี

 

ข่าวประจำวัน


คำขวัญประจำจังหวัดลำพูน

 

ประวัติความเป็นมาจังหวัดลำพูน


วัฒนธรรมประเพณีจังหวัดลำพูน

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน


ข้อมูลการเดินทางไปจังหวัดลำพูน

 
หน้าหนาวปีนี้ไปเที่ยวไหนดี?
ไปเที่ยวเชียงใหม่
ไปเที่ยวเชียงราย
ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ไปเที่ยวน่าน
ไปเที่ยวปาย
ไปเที่ยวภูกระดึง
ไปเที่ยวเลย
ไปเที่ยวเพชรบูรณ์

For Mobile Version

ประกาศซื้อขายฟรี
  • กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
  • การเกษตร และปศุสัตว์
  • การศึกษา อบรมสัมนา
  • กีฬา อุปกรณ์
  • ของเล่น งานอดิเรก
  • ของสะสม ของเก่า
  • ขายตรง ประกันฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
  • จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
  • ดนตรี
  • ต้นไม้ การจัดสวน
  • ท่องเที่ยว ที่พัก
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
  • นัดพบแรงงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
  • แม่และเด็ก
  • รถยนต์ ยานพาหนะ
  • วีดีโอเกมส์
  • ศิลปะและหัตถกรรม
  • สัตว์เลี้ยง
  • สำนักกฏหมาย/ทนาย
  • สำนักงานบัญชี
  • สุขภาพและความงาม
  • เสื้อผ้า แฟชั่น
  • หนัง เพลง
  • หนังสือ เครื่องเขียน สิ่งพิมพ์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
  • อื่นๆ จิปาถะ...
  • โฆษณา
    โฆษณา โฆษณา

    หน้าแรก | บริการของเรา | ข้อตกลงการใช้งาน | ติดต่อโฆษณา | นโยบาย | เมื่อสมัครเป็นสมาชิก
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย © โดย Power Web Application


     มีผู้ชมออนไลน์อยู่ 494 คน