|
ประวัติ / ความเป็นมา ชาวไทยในภาคใต้ของระเทศ มีประเพณีอันเนื่องมาจากอาชีพอยู่อย่างหนึ่ง คือ งานประเพณีเซ่นสรวงบูชาเทพแห่งข้าว หรือการบูชาแม่โพสพ ซึ่งประเพณีดังกล่าวชาวไทยพุทธมักจะเรียกว่า ลาซัง หรือ ล้มซัง หรือ กินท้องข้าว หรือ กินพ้องข้าว เป็นต้น ส่วนชาวนาไทยมุสลิมมักจะเรียกประเพณีนี้ว่า ปูยอมือแน หรือ ปูยอบือแน ซึ่งเพี้ยนไปตามสำเนียงของภาษาที่พูดในแต่ละท้องถิ่น กำหนดงาน
กำหนดการจัดงานประเพณีดังกล่าว แตกต่งกันออกไปตามแต่ความพร้อมในแต่ละพื้นที่โดยส่วนใหญ่กำหนดสวันหลังจากที่ทำการเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงมาตกลงร่วมกัน กำหนดวันงานขึ้น เช่น ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี กำหนดวันงานในวันจันทร์ใดจันทร์หนึ่งของเดือนโดยเลือกทำในวันดี จะเป็นวันข้างขึ้นหรือข้างแรมก็ได้ เช่น วัน 1 ค่ำ 3 ค่ำ หรือ 5 ค่ำ เป็นต้น แล้วแต่ความพร้อม ส่วนใหญ่จะเป็นราวเดือน 5-6 สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ www.tat.or.th/festival
กิจกรรม / พิธี การประกอบพิธีลาซังหรือปูยอมือแน แตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่นและศาสนา แต่สามารถกล่าวถึงลักษณะโดยส่วนรวม ซึ่งแบ่งได้ดังนี้ ประเพณีแบบที่ทำกันในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยเมื่อชาวบ้านกำหนดงันงานกันขึ้นเรียบร้อยแล้ว ชาวบ้านจะไปเกี่ยวฟางข้าวในนาของตน ซึ่งเก็บเกี่ยวหลังสุดมาประมาณคนละ 3 กำ เมื่อถึงเช้าของวันงาน ชาวบ้านจะนำเอาฟางข้าว และอาหารคาวหวานมา 2 ชุด โดยชุดแรกนำไปร่วมประกอบพิธีส่วนอีกชุดนำเอาไป
ถวายพระในงาน งานเริ่มขึ้นในตอนเช้า โดยมีหมดทางไสยศาสตร์ทำการรวบรวมฟางข้าวที่ชาวบ้านนำมาด้วยมารวมกันทำเป็นหุ่นชาย หญิง คู่หนึ่ง เรียกว่า ชุมพุก โดยชุมพุกผูหญิงได้รับการแต่ตัวอย่างสวยงามด้วยดอกไม้ เสื้อผ้า เพื่อนำมาเข้าพิธีแต่งงาน หลังจากนั้นชาวบ้านจะทำศาลเพียงตาขนาดเล็กขึ้นที่ปลายนา อันเป็นสถานที่ประกอบพิธี และนำเอาอาหารคาวหวานมาวางไว้ เพื่อใช้บูชาเพทแห่งข้าว เจ้าที่นา และแม่โพสพ ส่วนใกล้ๆ กับศาลปูเสื่อแล้ววางหมอนหนุนเชี่ยนหมากไว้ จากนั้นหมอทางไสยศาสตร์จะร่มพิธีโดยการกล่าวบูชาพระรัตนตรัย จัดพิธีสงฆ์จนจบจากนั้นกล่าวอัญเชิญเทพเจ้าแห่งข้า เจ้าที่นาและแม่โพสพมาร่วมรับเครื่องบูชาเซ่นสรวง และขอพระให้การทำนาในปีหน้าเจริญสมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้น เป็นอันเสร็จพิธีบวงสรวงบูชา และการแต่งงานให้ชุมพุก จากนั้นชาวบ้านจะอาบน้ำ ทาแป้ง พรมน้ำอบให้ชุมพุกแล้วแห่แหนชุมพุกไปยังปลายนา เมื่อถึงแล้วก็ช่วยกันตัดเชือกที่มัดหุ่นชุมพุกแล้วโยนซังข้าวที่เป็นตัวชุมพุกขึ้นฟ้าเป็นอันเสร็จพิธี
ตัวชุมพุกในงานพิธีดังกล่าวนี้ เปรียบเสมือนตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้การปลูกข้าวได้ผลดี เจริญสมบูรณ์อยู่เสมอมา ประเพณีลาซังอีกแบบหนึ่งของชาวไทยพุทธ ก็คือ ประเพณีที่จัดอยู่บริเวณอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะมีการเตรียมงานที่เอิกเกริกอย่างมาก คือ ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในการเตรียม อาหารและการจัดพิธี ระหว่างนี้ชาวบ้านจะช่วยกันทั้งหนุ่ม-สาว และเด็ก ตลอดจนผู้อาวุโสทุกท่าน อาหารส่วนใหญ่ที่จัดเตรียมกัน คือ ขนมจีน
เมื่อถึงวันงานในตอนเช้า ชาวบ้านมารวมกันบริเวณลานกว้างปลายนา ที่ได้ช่วยกันปลูกศาลาชั่วคราวไว้แล้ว โดยพระสงฆ์เริ่มพิธีทางพุทธศาสนา เพื่อเสร็จพิธีสงฆ์แล้วก็เป็นการทำพิธีเซ่นสรวงบูชาเทพแห่งข้าว เจ้าที่นา และแม่โพสพ โดยกล่าวคำขอบคุณ และขอพระเพื่อให้การทำนาในปีต่อๆ ไปได้ผลดีและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งในงานนี้จะมีการเลี้ยงพระทั้งเช้าและเพล เมื่อเสร็จพิธีลาซังแล้ว ในช่วงบ่ายมีการละเล่นต่างๆ เช่น ชนไก ชนวัว เป็นต้น และในบางท้องถิ่นอาจจัดให้มีการละเล่นนานถึง 2 วันจึงจะเสร็จงานในปีนั้นๆ ส่วนในหมู่ชาวไทยมุสลิม เรียกประเพณีนี้ว่า ปูยอมือแน หรือ ปูยอบือแน จะจัดพิธีโดยในวันกำหนดงานตอนเช้าร่วมกันนำอาหารคาวหวานไปชุมนุมกันยังที่นัดกันไว้ ส่วนใหญ่เป็นบริเวณปลายนา เชิญโต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม โต๊ะปาแก ไปอ่านดูอา ขอพรจากพระเจ้า เพื่อบันดาลให้การทำนาในปีต่อๆ ไปได้ผลดีมีความอุดมสมบูรณ์ เสร็จแล้วก็มีการจัดเลี้ยงอาหาร และมอบเงินให้โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม โต๊ะปาแก เป็นอันว่าเสร็จพิธี ส่วนในตอนบ่ายก็มีการละเล่นต่างๆ ตามแบบของชาวไทยมุสลิม
การจัดงานประเพณีดังกล่าวนี้ นอกจากจะแสดงออกถึงความกตัญญูต่ออาชีพของชาวนาแล้ว ยังก่อให้เกิดความสามัคคี ความสนุกรื่นเริงในการละเล่นต่างๆ เป็นการผ่อนคลายหลังจากทำการเกษตรมาตลอดฤดูกาล อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกในความเชื่อทางศาสนาและประเพณีอันสืบทอดกันมานาน |