หน้าแรก | สมัครสมาชิก ฟรี!! | สมาชิก Login | เว็บสามัญประจำบ้าน 
โฆษณา
โฆษณา ฟรี
ประกาศซื้อขายฟรีโปรโมทธุรกิจฟรีโปรโมทเว็บไซต์ฟรีร้านค้าออนไลน์ฟรีนิทานออนไลน์ข้อมูลสมุนไพรไทยเทคนิคการเล่นกอล์ฟ
แหล่งกินเที่ยว ทั่วไทยเกมส์ออนไลน์การ์ดอวยพรออนไลน์ฟังเพลงออนไลน์สถานีวิทยุออนไลน์ดูทีวีออนไลน์ข้อมูลสินค้าไอที
คลิปวีดีโอฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกข่าวประจำวันเรียนดนตรีออนไลน์บทความน่ารู้เรียนภาษาออนไลน์ดาวน์โหลดฟรี
รวมข่าวแปลก ๆจัดอันดับเว็บไซต์ไอเดียตกแต่งบ้านเว็บไซต์สำเร็จรูปสูตรอาหารจานเด็ดข้อมูลการท่องเที่ยวหนังการ์ตูน
หุ้น - เศรษฐกิจดูหนังออนไลน์เรื่องย่อละครแม่และเด็กเนื้อเพลงและคอร์ดเช่ารถตู้ไอโฟน (iPhone)
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
โฆษณา
โฆษณา
หมวดหมู่ ประเภท จังหวัด

กิจกรรม วัฒนธรรม และประเพณี จังหวัดปัตตานี

ศูนย์รวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และฯลฯ ของจังหวัดปัตตานี

เช่ารถตู้ไปปัตตานี คลิกที่นี่!

เราบริการด้วยรถตู้เอ็นจีวี ช่วยคุณประหยัดกว่ารถน้ำมันถึง 4 เท่า
ปลายทางระยะทางระยะเวลาส่งขาเดียว
(รวมค่าเชื้อเพลิง)
ราคาต่อวัน
(ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง)
เช่ารถตู้ไปปัตตานี
1055
15:30
15,300 บาท
วันละ 3,100 บาท
ใช้ต่อเนื่อง 5 วันขึ้นไป
วันละ 2,500 บาท
ใช้ต่อเนื่อง 7 วันขึ้นไป
วันละ 2,400 บาท

ประเพณีแห่นกของจังหวัดปัตตานี

ประวัติ / ความเป็นมา
          ประเพณีแห่นก เป็นประเพณีพื้นเมืองเก่าแก่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ปัตตานี ยะลา นราธิวาส เป็นงานใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งคราวตามโอกาส อาจจัดขึ้นเพื่อความรื่นเริง จัดในงานเฉลิมฉลองตามเทศกาล หรือเพื่อต้อนรับอาคันตุกะสำคัญ ไม่ใช่ประเพณีเนื่องในศาสนา
หรือประเพณีตามนักขัตฤกษ์แต่อย่างใดa

สันนิษฐานว่า ประเพณีแห่นกของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ คงรับมาจากประเทศอินโดเซีย ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะแพร่หลายเข้ามายังภูมิภาคนี้ เมื่อราว พ.ศ. 2060 โดยอาศัยหลักฐานจากพิธีกรรมบางอย่าง เช่น การตั้งพิธีสวดมนต์ตามวิธีการทางไสยศาสตร์ และคาถาแห่นก ซึ่งอ่านเป็นโองการก่อนปล่อยนกออกแห่ แต่ อนันต์ วัฒนานิกร นักวิชาการท้องถิ่น ได้เสนอความเห็นว่า ประเพณีแห่นกน่าจะเกิดขึ้นภายหลังจากที่ภูมิภาคนี้ได้รับศาสนาอิสลามเข้ามาเป็นศาสนาประจำท้องถิ่นแล้ว โดยเสนอว่า ประเพณีแห่นกน่าจะมีที่มาจากเรื่องราวของนกอัลโบรัก ซึ่งเป็นทูตแห่งสวรรค์ ตามความเชื่อของศาสนาอิสลามและจากพิธีเจ้าเซ็น ซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม ก็ปรากฏรูปนกอัลโบรักขนาดใหญ่ เข้าร่วมในขบวนนี้ด้วย จึงน่าจะเป็นที่มาของประเพณีแห่นกนี้ แต่สาเหตุที่ชื่อนกอัลโบรัก หรือบอเราะฮ์ ไม่ปรากฏในรายชื่อนกประดิษฐ์ขึ้นแห่แหนในพิธี อาจะเป็นเพราะอิทธิพลของวรรณคดีอินเดีย โดยเฉพาะเรื่องราวของมหากาพย์รามายณะ ซึ่งได้เข้ามามีอิทธิพลต่อประชาชนแถบนี้ก่อนแล้ว จึงนิยมใช้ชื่อนกตามวรรณคดีเรื่องนั้นแทน

ปัจจุบัน ประเพณีแห่นกยังคงนิยมแพร่หลาย ทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีตำนานเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีแห่นกว่า เริ่มขึ้นที่ ยาวอ (ชวา) รายอองค์หนึ่งมีโอรสธิดาหลายพระองค์ พระธิดาองค์สุดท้ายเป็นที่รักใคร่ของพระบิดาอย่างยิ่ง พระบิดาและข้าราชบริพารรักใคร่เอาใจ สรรหาสรรพสิ่งมาบำเรอเอาใจ รวมทั้งมีการจัดทำนกประดิษฐ์ ตกแต่งสวยงาม แล้วมีขบวนแห่จัดแก่วนรอบพระที่นั่ง พระธิดาพอพระทัยมาก จึงโปรดให้มีการแห่นกทุก 7 วัน แต่บางตำนานก็เล่าว่ารายอมีโอรสธิดาสี่พระองค์ องค์สุดท้องเป็นชาย มีพระสิริโฉมงดงาม ทั้งยังทรงปฏิภาณไหวพริบ ฉลาดเฉียบแหลมกว่าพระเชษฐาและพระเชษฐภคินีทั้งหมด พระบิดาและพระมารดาจึงรักใคร่มาก ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระโอรสประสงค์รายอ จะทรงเสาะแสวงหามาให้เสมอ วันหนึ่งรายอเสด็จประพาสทรงเบ็ด พบชาวประมงกลุ่มหนึ่ง และได้สดับฟังเรื่องนกประหลาดจากทะเล ซึ่งหัวหน้าชาวประมงเล่าถวาย นกนั้นผุดจากท้องทะเลมีขนาดใหญ่ ดวงตาโตแดงก่ำ มีงวง มีงา และเขี้ยว ประหลาดน่ากลัว แต่เมื่อนกนั้นบินขึ้นสู่อากาศกลับมีรูปร่างสีสันทั้งปีกและหางสวยงามกวานกทั้งปวง ชาวประมงเหล่านั้นเชื่อว่า คงเป็นนกแห่งสวรรค์เป็นแน่

เมื่อรายอเสด็จกลับคือสู่อิสตานา ได้ทรงเล่าเรื่องราวนี้แก่ปะไหมสุหรี และโอรสธิดาฟัง พระโอรสสุดท้องพอใจเรื่องนกมหัศจรรย์มาก จนรบเร้าให้รายอสร้างรูปยกจำลองขึ้น พระองค์จึงสั่งให้อำมาตย์และนายช่างทั้งหลายดำเนินการ จากคำบอกเล่าของชาวประมงผู้พบเห็น ช่างแกะสลักจึงได้แกะสลักไม้เป็นรูปหัวนก ซึ่งร่างโดยช่างเขียน เกิดเป็นนกประดิษฐ์แตกต่างกันไป ตามภาพวาดของนายช่าง หัวนกไม้ทั้งสี่มีนามว่า กาเฆาะซูรอ กรุดา บือเฆาะมาส และบุหรงซีงอ ในงานเฉลิมฉลองนก พระโอรสธิดา ทั้งสี่พระองค์ได้ประทับบนหลังนกเข้าขบวนแห่ไปรอบอิสตานา เป็นกระบวนแห่มโหฬาร เชื่อว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีแห่นก ซึ่งยังคงกระทำอยู่ในปัจจุบัน

ประเพณีแห่นกของจังหวัดปัตตานี ชาวปัตตานีถือว่าเป็นประเพณีสำคัญ ซึ่งจัดขึ้นในงานเทศกาลเฉลิมฉลอง หรือจัดเพื่อต้อนรับอาคันตุกะสำคัญของบ้านเมือง หรืองานมงคลทั่วไป เช่นเดียวกับที่ยึดปฏิบัติในท้องถิ่นอื่นตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

มีหลักฐานกล่าวถึงการจัดประเพณีแห่นกครั้งสำคัญๆ ของเมืองปัตตานีแต่อดีต เช่น พระยาวิชิตภักดี (ตนกูอับดุลกอเดร์) อดีตเจ้าเมืองปัตตานี เมื่อจัดพิธีสุหนัตให้แก่ตนกูจิซึ่งเป็นน้องชาย ก็ได้จัดให้ผู้เข้าสุหนัตขี่นกเข้าขบวนแห่ ซึ่งจัดอย่างเอิกเกริกใหญ่โตด้วย

เมื่อ พ.ศ. 2406 ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรภาคใต้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ชาวเมืองปัตตานี ก็ได้จัดขบวนแห่นกถวาย เพื่อแสดงความจงรักภักดีด้วย แต่เรือกลไฟพระที่นั่งติดสันดอน แล่นเข้าไปยังตัวเมืองไม่ได้ เจ้าเมืองปัตตานี (พระยาวิชิตภักดี) และเจ้าเมืองยะหริ่ง (พระยาพิพิศเสนามาตย์) จึงจัดขบวนเรือรับเสด็จ โดยใช้หัวนกกาฆะซูรอ ติดโขนเรือพระที่นั่งอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินสู่เมืองปัตตานี แทนขบวนแห่นก

พ.ศ. 2458 ครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปัตตานี ผู้ว่าราชการเมืองต่างๆ จัดขบวนแห่นกถวายทอดพระเนตรถึง 65 ขบวน

พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  รัชกาลปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนภาคใต้ ชาวเมืองปัตตานีได้จัดขบวนแห่นกรับเสด็จ

พ.ศ. 2511 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม มีการแห่นกในพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภช พระเศวตคชาธารฯ ช้างเผือกคู่พระบารมีในรัชกาลปัจจุบัน ณ จังหวัดยะลา

พ.ศ. 2524 การแห่นกในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเขต ครั้งที่ 14 จังหวัดปัตตานี

 กำหนดงาน
          จัดในโอกาสสำคัญเป็นครั้งคราว เช่น งานเฉลิมฉลองตามเทศกาล รับอาคันตุกะสำคัญเทศกาลฮารีรายอ

กิจกรรม / พิธี
          ประเพณีแห่นก จะมีการจัดขบวนแห่ ประกอบด้วยอุปกรณ์และกำลังคนมากมาย ก่อนจะเริ่มขบวนแห่นั้น ต้องมีการประกอบพิธีกรรมเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนทั่วไป และผู้ร่วมพิธีด้วย

พิธีกรรมและกิจกรรมต่างๆ เริ่มกระทำกันตั้งแต่ก่อนจัดแห่นก โดยมีลำดับต่อไปนี้
1. การประดิษฐ์นก นิยมเลือกไม้เนื้อแข็งเหนี่ยว จำพวกไม้ตะเคียน ไม้กายี เป็นต้น เพราะไม่แข็งจนเปราะสะดวกต่อการแกะสลักของช่าง ทนทาน ใช้งานได้นาน

ระยะเวลาต่อการแกะสลักหัวนก 1 หัว จะใช้เวลาราว 1-2 เดือน เพราะต้องใช้ฝีมือความชำนาญเรื่องงานแกะสลัก ทั้งยังใช้เวลานานต่องานชิ้นหนึ่งๆ ทำให้ระยะหลังจึงมักนิยมสานหัวนกด้วยไม้ไผ่ หุ้มกระดาษสีเป็นส่วนมาก
ตัวนก ใช้ไม้ไผ่ผูกเป็นโครงติดคานหาม นำกระดาษติดรองพื้นใช้กระดาษสีตัดเป็นขนประดับส่วนต่างๆ นิยมใช้สีเขียว สีทอง (เกรียบ) ประดับตกแต่งให้สีตัดกัน แลดูเด่นขึ้น

นกที่นิยมประดิษฐ์เข้าขบวนแห่มีเพียง 4 ตัว (ดังตำนานเรื่องเล่าข้างต้น) คือ
ก.) นกกาเฆาะซูรอ หือ นกกากะสุระ ตามการสันนิษฐานเป็นนกการเวก ตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ คือ “กากนาสูร” ชาวพื้นเมืองเรียก “นกทูนพลู”
นิยมแต่งให้มีหงอนสูงแตกเป็น 4 แฉก ตานกประดับด้วยลูกแก้วสี กลอกไปมาได้ มีงาคล้ายงาช้างเล็กๆ ยื่นจากปาก ทำให้แปลกจากนกธรรมดา เพื่อให้สมกับเรื่องเล่าว่าเป็น “นกสวรรค์”

ข.) นกกรุดา หรือ นกครุฑ ภาษาถิ่นปัตตานี เรียกครุฑว่า “การุดอ” ลักษณะของนกประดิษฐ์จะเป็นเช่นที่พิมพ์บนธนบัตรไทย ปัจจุบันไม่นิยมจัดทำนกชนิดนี้เข้าขบวนแห่ เพราะเชื่อว่ามีอาถรรพ์เกิดแก่ผู้ทำ ทำให้เจ็บป่วย ถือว่าผีแรง ถ้าขาดผู้รู้จริงจะไม่สามารถปัดรังควานได้สำเร็จ เมื่อตกแต่งเสร็จจะดูน่ากลัว

ค.) นกบือเฆาะมาศ หรือ นกยูงทองคล้ายกับนกกาเฆาะซูรอ ชาวไทยมุสลิมจะยกย่องนกยูงทองมาก และไม่บริโภคเนื้อ เพราะเป็นนกรักขนมาก เมื่อติดบ่วงจะยอมตายไม่ยอมเสียขน การประดิษฐ์นกจะมีหงอนสวยงามเป็นพิเศษ

ง.) นกบุหรงซีงอ หรือ นกสิงห์ ตรงกับนกหัสดีลิงค์ ตามนิทานปรำปราของไทย นกนี้มีหัวเป็นนก มีตัวเป็นราชสีห์  มีฤทธิ์ เหาะเหินเดินอากาศและดำน้ำได้ ปากมีเขี้ยวงา

2. พิธีสวมหัวนก เป็นพิธีกรรมบาเซ่นสรวงหัวนกด้วยเครื่องเซ่นต่างๆ ตามตำราโบราณมีการนำเครื่องเซ่นสังเวยไปวางหน้าหัวนก มีผู้ประกอบพิธีกรรม จุดเทียนเผากำยานพร้อมทั้งกล่าวคาถาบูชา

บทคาถาบูชา มีดังนี้
“ เฮ บูรา เวง เวง ลักษมานอ ฆาเฆาะสุรอ แลกาปอ ซีงอ
  เฮ องพรหมจิต พรหมใจ จุติกาโลแซ มาจารีฆูรู
  ลูกูทอ ลูกูแท ลูกูแน ลูกูสะ องหมาฆูรู องมหาไฉน
  องมหาบดี (ปะลืปัส) “
เมื่อจบคาถา ผู้ทำพิธีจะนำใบมะพร้าวเทิดขึ้นเสมอหน้า แล้วกล่าวคำ “ปะลืปัส” แปลว่า หลุดพ้น, ปลอดภัย เป็นอันเสร็จพิธี
คาถานี้ถอดเป็นภาษาไทยได้ดังนี้
“ โอม พรหมจิต ไรหมใจ ขจัดจัญไร กาลเทพ
   คุรุทพ โอมมหาคุรุ โอมมหาไฉน โอมมหาบดี ปกป้องภัย…. “
เครื่องเซ่นสังเวยในพิธีนี้ ประกอบด้วย
- ผ้าเพดาน ขนาด 1*1เมตร สำหรับขึงตรงหัวนก
- ข้าวเหนียวสมางัด 1 พาน คือ ข้าวเหนียวสามสี มีเหลือง, แดง, ขาว
- ขนมดอลอย 1 จาน ใช้เฉพาะประกอบพิธี ไม่นิยมรับประทาน
- ข้าวสารย้อมสีเหลือง 1 จาน, แป้ง, น้ำหอม, กำยาน, เทียน, ทอง, เงิน
- เงินค่าบูชาครู 12 บาท
- ใบอ่อนมะพร้าว 2-3 ใบ

3. การจัดขบวนแห่นก ขบวนแห่นกจะมีขอกำหนดหรือองค์ประกอบรูปแบบ การจัดขบวนซึ่งจำเป็นต้องใช้กำลังคน อุปกรณ์ต่างๆ มากมาย องค์ประกอบของขบวนแห่ประกอบด้วยชุดต่างๆ เรียงจากต้นขบวน ได้แก่
- เครื่องประโคม ประกอบด้วย คนเป่าปีขวา (สุไน) 1 คน กลองแขก (คันดัง) 1 คู่ ใช้คนตีสองคน ฆ้องใหญ่ 1 ใบ ใช้คนหามและคนดีฆ้องรวม 2 คน ชุดเครื่องประโคมนี้จะประโคมดนตรีนำหน้าขบวนแห่นกไปจนถึงจุดหมาย และบรรเลงในเวลาแสดงสิละ รำกริช
- ขบวนบุหงาสิรี (บายศรี) จะคัดเลือกหญิงสาวสวย มีรูปร่างได้สัดส่วน มาเป็นผู้ทูนพานบายศรี สตรีเหล่านี้จะแต่งกายร่วมขบวนด้วยอาภรณ์หลากสี ตามประเพณีท้องถิ่น
พานบายศรีใช้พานทองเหลือง จำนวนจะนิยมให้เป็นเลขคี่ คือ 3, 5, 7 หรือ 9 พาน
- ทวิรักขบาท คือ ผู้ดูแลนก เทียบได้กับนายทหารประจำเท้าช้างของแม่ทัพโบราณ (จัตุลักคบาท) ใช้ชาย 2 คน แต่งกายนักรบถือกริช เดินนำหน้านก คัดเลือกจากผู้ชำนาญการร่ายรำ สิละ รำกริช รำหอก ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ของชาวมุสลิม
เมื่อแห่ไปถึงจุดหมาย หรือที่อาคันตุกะพักอยู่ “ทวิรักขบาท” จะใช้ศิลปะการร่ายรำให้แขกชมด้วย
- ขบวนนกประดิษฐ์ ได้แก่ นกประดิษฐ์ ซึ่งมีลักษณะตามที่กล่าวมาแล้ว จัดให้ยืนมาบนคานหาม ใช้ผู้หามจำนวนมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของนก นกขนาดใหญ่อาจใช้คนหามถึง 16 คน ผู้หามแต่งกายเครื่องแบบพลทหารถือหอกเป็นอาวุธ
- ขบวนพลกริช ขบวนพลหอก ผู้คนในขบวนแต่งกายนักรบสมัยโบราณ ถือหอก กริช เดิน ตามหลังขบวนนกประดิษฐ์ จำนวนทหารนี้ยิ่งมีมากเท่าไหร่จะช่วยเสริมให้ขบวนแห่นกดูน่าเกรงขามขึ้นเท่านั้น
หากเป็นการแห่นกเข้าในพิธีสุหนัต จะมีลักษณะต่างไปเล็กน้อย ได้แก่ อาจใช้นกเพียง 1 ตัว ก็ได้ จะแห่เช้าของวันเข้าพิธี หรือแห่ 2 ครั้ง คือในเย็นของวันก่อนเข้าพิธีสุหนัตด้วยก็ได้
เริ่มขบวนด้วยผู้หญิงถือเชี่ยนหมากและกาน้ำเดินนำหน้า ถัดมาเป็นผู้หญิงถือพานบายศรี (พานดอก-พลู : ทำด้วยใบพลูจับเป็นชั้น 3, 5, หรือ 7 ชั้น)
ถัดมาเป็นขบวนผู้ชายถืออาวุธ อารักขารอบๆ นกในขบวนนี้ จะมีประโคมดนตรีและเต้นอิสระไปพร้อมๆ กัน
สุดท้ายจึงเป็นขบวนนก ก่อนเริ่มแห่ “โต๊ะมูเด็ง” (ผู้ทำหน้าที่ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ) จะจุดเทียนและร่ายอาคม เวียนรอบนก โดยเดินเวียนซ้าย 3 รอบ และเดินย้อนกลับอีก 1 รอบ แล้วจึงให้ผู้จะเข้าพิธีสุหนัตขึ้นหลังนก จากทางด้านขวา (ลงทางซ้าย) จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่ประกอบพิธีเมื่อขบวนถึงที่หมาย โต๊ะมูเด็งจะร่ายอาคมทำพิธีเชือดเป็นเสร็จพิธี

4. ข้อห้ามตามความเชื่อ ข้อห้ามตามความเชื่อนี้ ปรากฏเฉพาะในการแห่นกเข้าพิธีสุหนัตเท่านั้น มีความเชื่อหลายประการ เช่น ห้ามผู้ใดเดินผ่านหน้านกซึ่งวางไว้ก่อนเริ่มขบวนแห่เด็ดขาด มิฉะนั้นจะเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ นานา จึงมีการปักไม้ไว้ด้านหน้านกให้เป็นที่สังเกต
ผู้เข้าพิธีสุหนัต จะต้องมีพี่เลี้ยงนั่งบนหลังนกด้วย 1 คน หากเป็นงานที่ชาวบ้านจัดเอง ต้องให้ผู้มีเชื้อสายเจ้าเมืองขึ้นไปนั่งด้วยอีกคนหนึ่ง เป็นต้น
ประเพณีแห่นกของจังหวัดปัตตานี กล่าวได้ว่า เป็นประเพณีสำคัญของท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการรวมตัว ร่วมกิจกรรมกันของชาวท้องถิ่น เป็นประเพณีซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะดนตรีท้องถิ่นให้คงอยู่ แสดงถึงภูมิปัญญาแล้วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวปัตตานี ที่สืบเนื่องจากอดีตมาสู่ปัจจุบันด้วย

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
ของดีประจำจังหวัดปัตตานี (สินค้าและบริการ)
 โรงแรม

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 รีสอร์ท

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 ห้องพัก

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 แพ็คเก็จทัวร์

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 ร้านอาหาร

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 รถเช่า

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 ของที่ระลึก

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

 อื่นๆ

โฆษณาตรงนี้ยังมีที่ว่าง สำหรับธุรกิจของท่าน
สมัครสมาชิก เพื่อลงโฆษณาฟรี ด่วน!!

ซื้อขายสินค้า

 

เปิดร้านค้าฟรี

 

ทีวีออนไลน์

 

ฟังเพลง


ฟังวิทยุออนไลน์

 

ดาวน์โหลด

 

ฟรีดาวน์โหลด

 

เกม

 

เกมส์


โปรโมทเว็บไซต์

 

โปรโมทเว็บฟรี

 

โฆษณาฟรี

 

ข่าวประจำวัน


คำขวัญประจำจังหวัดปัตตานี

 

ประวัติความเป็นมาจังหวัดปัตตานี


วัฒนธรรมประเพณีจังหวัดปัตตานี

 

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดปัตตานี


ข้อมูลการเดินทางไปจังหวัดปัตตานี

 
หน้าหนาวปีนี้ไปเที่ยวไหนดี?
ไปเที่ยวเชียงใหม่
ไปเที่ยวเชียงราย
ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ไปเที่ยวน่าน
ไปเที่ยวปาย
ไปเที่ยวภูกระดึง
ไปเที่ยวเลย
ไปเที่ยวเพชรบูรณ์

For Mobile Version

ประกาศซื้อขายฟรี
  • กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
  • การเกษตร และปศุสัตว์
  • การศึกษา อบรมสัมนา
  • กีฬา อุปกรณ์
  • ของเล่น งานอดิเรก
  • ของสะสม ของเก่า
  • ขายตรง ประกันฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
  • จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
  • ดนตรี
  • ต้นไม้ การจัดสวน
  • ท่องเที่ยว ที่พัก
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
  • นัดพบแรงงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
  • แม่และเด็ก
  • รถยนต์ ยานพาหนะ
  • วีดีโอเกมส์
  • ศิลปะและหัตถกรรม
  • สัตว์เลี้ยง
  • สำนักกฏหมาย/ทนาย
  • สำนักงานบัญชี
  • สุขภาพและความงาม
  • เสื้อผ้า แฟชั่น
  • หนัง เพลง
  • หนังสือ เครื่องเขียน สิ่งพิมพ์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
  • อื่นๆ จิปาถะ...
  • โฆษณา
    โฆษณา โฆษณา

    หน้าแรก | ข้อตกลงการใช้งาน | นโยบาย | เมื่อสมัครเป็นสมาชิก
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย © โดย Power Web Application


     มีผู้ชมออนไลน์อยู่ 311 คน