มหาวิทยาลัยนเรศวร บทความน่ารู้ : เรื่องมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน
มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ภายหลังจากการยกฐานะขึ้นจากวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยชื่อ "มหาวิทยาลัยนเรศวร" นั้น ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสดุดีและเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เนื่องด้วยพระองค์ประสูติที่เมืองพิษณุโลกและทรงเคยดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลกมาก่อน
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนของประเทศไทย โดยมีการเรียนการสอนครอบคลุมครบทุกสาขาวิชาทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทุกระดับการศึกษาทั้งสิ้น 186 หลักสูตร และมีนิสิตศึกษาอยู่ในคณะและวิทยาลัยต่าง ๆ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30,000 คนมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการจัดอันดับในด้านการวิจัยให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2549
พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาทรงประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยนเรศวร
ประวัติ
มหาวิทยาลัยนเรศวรมีประวัติการก่อตั้งและพัฒนาโดยแบ่งได้เป็น 3 ยุคสมัย คือ ยุคที่ 1 วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก ยุคที่ 2 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก และยุคปัจจุบัน คือ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ในปี พ.ศ. 2497 รัฐบาลในสมัยนั้นได้ตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการศึกษา (College of Education) ขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เป็นสถาบันหลักในการผลิตครูของประเทศ ซึ่งการจัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษานั้นเริ่มขึ้นที่ประสานมิตรเป็นแห่งแรก ต่อมาจึงดำเนินการจัดตั้งเพิ่มเติมในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2510 มีที่ตั้ง ณ เลขที่ 1 ถนนสนามบิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
 หอพระเทพรัตน์และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร
ต่อมา เมื่อวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตรได้ยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517 แล้ว วิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลกจึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหารของมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกับวิทยาลัยวิชาการการศึกษาอื่น ๆ อีก 8 แห่ง การจัดการเรียนการสอนในสมัยนั้นเปิดสอนเพียง 5 คณะ และ 1 วิทยาลัย คือ คณะพลศึกษา (ถูกยุบเลิกในปี พ.ศ. 2535) คณะศึกษาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย โดยสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลกยังคงใช้สถานที่เดิมของวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก
จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520 - พ.ศ. 2524) ที่กำหนดให้จังหวัดพิษณุโลก เป็นเมืองศูนย์กลางและเมืองหลักของภาคเหนือตอนล่าง ทางวิทยาเขตจึงขออนุญาตกระทรวงมหาดไทย ในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และรองรับการขยายตัวของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับอนุญาตในปี พ.ศ. 2527 โดยเป็นช่วงเดียวกับที่ทางทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้นประกาศโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ของรัฐในส่วนภูมิภาคอีก 5 แห่ง โดยที่ดินที่ได้รับการจัดสรรใหม่นี้อยู่บริเวณทุ่งหนองอ้อ ปากคลองจิก ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
ช่วงปี พ.ศ. 2527 - 2531 ทางวิทยาเขตได้เตรียมแผนสำหรับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ และในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 400 ปี ของการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช รัฐบาลในสมัยของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้มีมติให้ยกฐานะวิทยาเขตพิษณุโลก ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามมหาวิทยาลัยใหม่แห่งนี้ว่า "มหาวิทยาลัยนเรศวร" ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้กำหนดให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย
ภายหลังจากการยกฐานะของมหาวิทยาลัยนเรศวรแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งอาคาร สถานที่และบุคลากร โดยมุ่งหวังที่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่สมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ซึ่งได้มีการจัดตั้งคณะ วิทยาลัยต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกสาขาวิชา และจัดตั้งหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพในด้านการเรียนการสอน และการทำวิจัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 ทางมหาวิทยาลัยได้มีมติจัดตั้งวิทยาเขตที่จังหวัดพะเยา ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา" และมีการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ในปี พ.ศ. 2548
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
สัญลักษณ์ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช |
|
ดอกเสลา ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย |
สีเทา-แสด สีประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร |
- ตราสัญลักษณ์พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับนั่ง พระหัตถ์ขวาทรงสุวรรณภิงคาร หลั่งทักษิโณทกประกาศอิสรภาพ ตอนล่างพระแท่นมีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร อยู่ภายในป้ายชายธง
- ตราสัญลักษณ์รูปช้างศึก อยู่ภายในโล่กลมแบบโบราณ ตอนล่างรูปช้างศึก มีอักษรชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวรอยู่ภายในป้ายชายธง
- ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ดอกเสลา
- สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเทา-แสด
- สีเทา หมายถึง สีของสมอง แปลว่า ความคิดหรือปัญญา
- สีแสด หมายถึง สีของคุณธรรมและความกล้าหาญ โดย สีแสด ประกอบด้วย
ทำเนียบผู้บริหารและอธิการบดี
รายนามผู้บริหารและอธิการบดีตั้งแต่สมัยวิทยาลัยวิชาการศึกษาจนถึงปัจจุบันมีดังนี้
การศึกษา
คณะและวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งสิ้น 186 หลักสูตร แบ่งเป็นระดับประกาศนียบัตร 2 หลักสูตร, ปริญญาตรี 82 หลักสูตร, ปริญญาโท 75 หลักสูตร และปริญญาเอก 27 หลักสูตร
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวรมีหน่วยงานในการจัดการเรียนการสอนทั้งหมด 16 คณะ 3 วิทยาลัย ดังต่อไปนี้
วิทยาเขต
มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกระจายโอกาสและการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จึงได้จัดทำโครงการกระจายโอกาสทางการศึกษาสู่จังหวัดพะเยาขึ้น โดยให้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา" ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 และเริ่มเปิดการเรียนการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2542
ต่อมาคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยได้มีมติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตสารสนเทศพะเยา เป็น "มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา" เมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2550 เพื่อเตรียมยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศในอนาคตต่อไป
มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ประมาณ 5,700 ไร่ ปัจจุบัน ประกอบไปด้วยสำนักวิชา 12 สำนักวิชา ดังนี้
ศูนย์วิทยบริการ
มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิทยบริการ เพื่อขยายเครือข่ายการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้สนใจศึกษาต่อที่ไม่สามารถมาเรียนโดยตรงที่มหาวิทยาลัยได้ โดยมีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร จะทำการกำกับดูแลและควบคุมมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนของศูนย์วิทยาบริการมหาวิทยาลัยทั้งหมด ปัจจุบันมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เปิดทำการเรียนการสอน ณ ศูนย์วิทยบริการ 10 แห่งดังต่อไปนี้
การวิจัย
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร
จากการที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้วางเป้าหมายให้มหาวิทยาลัยเป็น "มหาวิทยาลัยวิจัย (Research University) " จึงได้มีการจัดตั้งสถาบันต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการ ประสานงานและรวบรวมงานวิจัยต่าง ๆ ของคณาจารย์และนิสิตของมหาวิทยาลัยดังนี้
ในแต่ละปี สถาบันบริหารการวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยนเรศวรมีการจัด "การประชุมวิชาการ นเรศวรวิจัย (Naresuan Research Conference) " ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยและผู้ที่สนใจนำเสนอผลงานวิจัยและการสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งในปี พ.ศ. 2551 นี้ การประชุมวิชาการ นเรศวรวิจัย ครั้งที่ 4 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 - 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ณ กลุ่มอาคารคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีหัวข้อการประชุม เรื่อง "การบริหารนวัตกรรม (Innovation Management)"
ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูล ISI ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 - พ.ศ. 2548 มีทั้งสิ้น 112 เรื่อง ส่วนในปี พ.ศ. 2551 นั้น มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับทุนวิจัยรวมทั้งสิ้น 510 โครงการ โดยแบ่งตามสาขาดังนี้
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากหน่วยงานอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ บัณฑิตวิทยาลัย ศูนย์ฝึกอบรมและควบคุมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คลินิกเทคโนโลยี และโครงการเครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง ที่ได้รับทุนวิจัยรวมอีก 76 โครงการ
หน่วยงานวิจัยที่โดดเด่น
หน่วยงานวิจัยที่โดดเด่นระดับชาติของมหาวิทยาลัยนเรศวร มีอาทิ
สาขาวิจัยที่โดดเด่น
ผลงานวิจัยที่โดดเด่นและได้รับการตีพิมพ์ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรมีหลายสาขา อาทิเช่น
- สาขาเวชศาสตร์ชุมชนและระบบสาธารณสุข โดย ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย
- สาขาโรคพืช โดย รศ.ดร.กัญชลี เจติยานนท์ (อดีตเมธีวิจัย สกว.)
- สาขาคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ โดย รศ.ดร.สมยศ พลับเที่ยง (วุฒิเมธีวิจัย สกว.)
- สาขาฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา โดย ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย (เมธีวิจัย สกว.)
- สาขาเคมีอินทรีย์ โดย ผศ.ดร.เมธา รัตนากรพิทักษ์ (เมธีวิจัย สกว.)
- สาขาเคมีเชิงฟิสิกส์ โดย ดร.รักชาติ ไตรผล
- สาขาสมุนไพร โดย รศ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ (เมธีวิจัย สกว.)
- สาขาเภสัชกรรมปฏิบัติ โดย ผศ.ดร.ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ์
- สาขาเทคโนโลยีเภสัชกรรม โดย รศ.ดร.ศักดิ์ชัย วิทยาอารีย์กุล
- สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง โดย รศ.ดร.เนติ วระนุช
- สาขาวิศวกรรมเนื้อเยื่อและสเต็มเซลล์ โดย รศ.ดร.จารุภา วิโยชน์
- สาขากายวิภาคศาสตร์และประสาทวิทยา โดย ผศ.ดร.สุทิสา ถาน้อย (เมธีวิจัย สกว.)
- สาขาวัสดุศาสตร์ โดย ผศ.ดร.ธีระชัย บงการณ์
- สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า (ระบบสัญญาณ) โดย ผศ.ดร.สุชาติ แย้มเม่น
- สาขาวิศวกรรมระบบการผลิต โดย ผศ.ดร.ภูพงษ์ พงษ์เจริญ
นักวิจัยที่ได้รับการเชิดชูเกียรติระดับชาติ
นักวิจัยที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นระดับชาติและนานาชาติ
อาทิเช่น
- พ.ศ. 2550 รศ.ดร.กัญชลี เจติยานนท์ ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ "ผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี พ.ศ. 2550" จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
- พ.ศ. 2549 ผศ.ดร.สุชาติ แย้มเม่น ได้รับรางวัลบทความวิจัยดีเด่น สาขาการประมวลผลสัญญาณดิจิตอล ในการประชุมวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟ้า ครั้งที่ 29 (EECON-29) ของสภาวิชาการวิศวกรรมไฟฟ้าแห่งประเทศไทย
- พ.ศ. 2549 ผศ.ดร.ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ์ ได้รับรางวัลบทความวิจัยตีพิมพ์ดีเด่น "Nagai Award Thailand 2006" ในสาขา Pharmacy Practice/Social Administrative Pharmacy ในการประชุมเสนอผลงานวิจัยทางเภสัชศาสตร์ครั้งที่ 23 ประจำปี 2549 จัดโดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ JSPS 1st Medicinal Chemistry Seminar of Asia/Africa Scientific Program
- พ.ศ. 2549 ดร.ธีระชัย บงการณ์ ได้รับรางวัลผลงานโปสเตอร์ของนักวิจัยรุ่นใหม่ "AMF5 Poster Award" ในการประชุม The 5th Asian Meeting on Ferroelectric ที่จัดโดย Tokyo University of Science ณ เมืองโนดะ ประเทศญี่ปุ่น.)
- พ.ศ. 2545 รศ.ดร.สมยศ พลับเที่ยง ได้รับรางวัลชมเชยผลงานวิจัย สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ประจำปี 2545 จากสภาวิจัยแห่งชาติ
- พ.ศ. 2545 รศ.ดร.กัญชลี เจติยานนท์ ได้รับรางวัลโครงการวิจัยเด่น สกว. ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
- พ.ศ. 2544 รศ.ดร.กัญชลี เจติยานนท์ ได้รับเกียรติบัตรเสนอผลงานวิจัยดีเยี่ยมและเงินรางวัล 50,000 บาท จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
รางวัลด้านการส่งเสริมและพัฒนาระดับชาติและนานาชาติ
อาทิเช่น
- พ.ศ. 2549 รศ.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ ได้รับรางวัล Best Practice Award ในการสัมมนาและนิทรรศการเชิงวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 1 เรื่องการส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรพัฒนา: มิติใหม่แห่งความร่วมมือด้านสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับ UNESCO, FAO, UNFPA, SEAMEO-RIHED, Japan Foundation Bangkok สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (สาขาเศรษฐศาสตร์) และ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
- พ.ศ. 2549 วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลผู้ส่งเสริมด้านการอนุรักษ์พลังงาน สาขาสถาบันการศึกษา โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)
การรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
ระดับปริญญาตรี
มหาวิทยาลัยนเรศวรได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในระบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- ระบบ Admission กลาง โดยผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกต้องผ่านกระบวนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (A-Net) โดยจะนำผลการทดสอบดังกล่าวมาเลือกคณะและสาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการโดยผ่านทางการคัดเลือกของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
- ระบบรับตรง (โควต้า) มหาวิทยาลัยดำเนินการสอบคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ จังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และเขตพิ้นที่ภาคเหนือตอนบนเฉพาะจังหวัดพะเยา
- ระบบรับตรง (โควต้า) โครงการพิเศษต่าง ๆ ดังนี้
- โครงการนักเรียนที่มีผลการเรียนเป็นเลิศ
- โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงเรียนในฝัน
- โครงการนักเรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ที่สนใจภาษาฝรั่งเศส
- โครงการสำหรับบุตรเกษตรกร
- โครงการทายาทธุรกิจ
- โครงการสำหรับผู้มีความสามารถทางด้านทัศนศิลป์
- โครงการผู้มีความสามารถพิเศษด้านนาฏศิลป์ ดนตรี
- โครงการผู้มีความสามารถพิเศษด้านศิลปวัฒนธรรม (โครงการพระฆเนศ)
- โครงการผู้มีความสามารถพิเศษด้านผู้นำเชียร์กีฬา
- โครงการส่งเสริมเยาวชนดีเด่นด้านกีฬา
- โครงการภาคพิเศษ โดยเป็นการเรียนในช่วงภาคค่ำ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการสอบคัดเลือก 2 วิธี ดังต่อไปนี้
- คัดเลือกโดยใช้คะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (A-Net) จากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
- คัดเลือกโดยการสอบของทางมหาวิทยาลัยเอง โดยจะดำเนินการภายหลังการประกาศผลการสอบคัดเลือกเข้าระดับมหาวิทยาลัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาแล้ว
ดูเพิ่มเติม การรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
ระดับปริญญาโท
มหาวิทยาลัยนเรศวรได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาโท ดังนี้
- การสอบคัดเลือก เป็นการสอบคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในสาขาวิชาต่าง ๆ ทั้งภาคปกติ และภาคพิเศษ โดยทางมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดสอบเอง
- การคัดเลือก เป็นการคัดเลือกครูประจำการที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขาวิชาต่าง ๆ โดยมหาวิทยาลัยจะดำเนินการจัดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อน
ระดับปริญญาเอก
มหาวิทยาลัยนเรศวรได้กำหนดวิธีการรับบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอก โดยคัดเลือกผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกสาขาวิชาต่าง ๆ โดยการพิจารณาของมหาวิทยาลัย หรือสามารถสมัครสอบผ่านทางเว็บไซต์ได้
อันดับมหาวิทยาลัย
ในปี พ.ศ. 2549 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ดำเนินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของประเทศไทยใน "โครงการฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อประเมินศักยภาพของมหาวิทยาลัยไทย" โดยในภาพรวมด้านการวิจัยนั้น มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับการจัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยระดับดีเยี่ยมและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของประเทศไทย
นอกจากนี้แล้ว การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 ให้มหาวิทยาลัยนเรศวรอยู่ในอันดับที่ 14 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และอันดับ 1,660 ของมหาวิทยาลัยทั่วโลก
พื้นที่มหาวิทยาลัย
พื้นที่การศึกษา
มหาวิทยาลัยนเรศวร แบ่งพื้นที่การศึกษาออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่วนสนามบิน
หรือที่เรียกว่า "มน.ใน" ส่วนนี้เป็นสถานที่ตั้งแรกเดิมของมหาวิทยาลัย มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลก ณ เลขที่ 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ในปัจจุบันคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยได้ย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ปีการศึกษา 2535 คงเหลือแต่เพียงหอศิลป์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, สถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน "ไภษัชยศาลา" และศูนย์สุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร (สนามบิน) ซึ่งในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงพื้นที่ส่วนใหญ่เพื่อเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร
มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่วนหนองอ้อ
หรือที่เรียกว่า "มน.นอก" ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันของมหาวิทยาลัย มีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกไปทางใต้ประมาณ 10 กม. โดยตั้งอยู่ ณ เลขที่ 99 หมู่ 9 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก แต่เดิมนั้นที่ดินบริเวณนี้เป็นที่ดินสาธารณะโดยชาวบ้านเรียกว่า "ทุ่งหนองอ้อ - ปากคลองจิก" เนื่องจากเคยเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เต็มไปด้วยต้นอ้อ และมีต้นจิกปกคลุมไปทั่ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 ทางมหาวิทยาลัยได้เข้าใช้พื้นที่และทำการปรับรูปที่ดินและถมหนองน้ำต่าง ๆ ซึ่งการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยนั้นอาศัยแผนแม่บท (Master Plan) ที่จัดทำขึ้นโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในปี พ.ศ. 2527
อาคารเรียนรวมและโรงละครเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (ตึก QS)
การก่อสร้างอาคารของแต่ละคณะและแต่ละหน่วยงานนั้นคำนึงถึงกลุ่มสาขาวิชาเป็นหลัก โดยมีถนนนเรศวร และถนนเอกาทศรถเป็นถนนสายหลักล้อมรอบมหาวิทยาลัย และมีถนนเชื่อมต่อเข้าสู่อาคารต่าง ๆ มีประตูเข้า - ออกโดยรอบมหาวิทยาลัย 6 ประตู ซึ่งอาคารในมหาวิทยาลัยแบ่งเป็น 6 กลุ่มอาคารดังต่อไปนี้
- กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประกอบด้วย อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลทันตกรรม, กลุ่มอาคารคณะทันตแพทยศาสตร์ - คณะพยาบาลศาสตร์ - คณะสหเวชศาสตร์ - คณะสาธารณสุขศาสตร์, กลุ่มอาคารคณะเภสัชศาสตร์, อาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ และอาคารศูนย์วิจัยด้านนาโนเทคโนโลยีและวิศวกรรมชีวภาพทางการแพทย์ (กำลังดำเนินการก่อสร้าง)
- กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วยกลุ่มอาคารคณะวิทยาศาสตร์, กลุ่มอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์, อาคารวิทยาลัยพลังงานทดแทน, กลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอาคารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
- กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ประกอบด้วยอาคารคณะศึกษาศาสตร์, อาคารวิทยาลัยนานาชาติ (อาคารสำนักหอสมุดเดิม) และกลุ่มอาคารคณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ - คณะนิติศาสตร์ - คณะศึกษาศาสตร์ - คณะสังคมศาสตร์ - คณะมนุษยศาสตร์
- อาคารส่วนกลาง ประกอบด้วย อาคารมิ่งขวัญ, อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา บรมราชินีนาถ (สำนักงานอธิการบดี) , อาคารอเนกประสงค์, อาคารสำนักหอสมุด, อาคารศูนย์ฝึกอบรมและควบคุมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์, อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ (อาคารเรียนรวมและโรงละคร) , อาคารบัณฑิตวิทยาลัย, กลุ่มอาคารพิพิธภัณฑ์ชีวิต และอาคารสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยนเรศวร
- อาคารหอพักอาจารย์และนิสิต หอพักอาจารย์มีทั้งหมด 9 หลัง โดยมน.นิเวศ 1 - 4 และ มน.นิเวศ 5,6 อยู่บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัย ส่วนหอพักอาจารย์ มน.นิเวศ 7,8 จะอยู่บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัย ส่วนหอพักนิสิตซึ่งประกอบด้วยอาคารขวัญเมือง, หอพักนิสิต 1 - 16 และหอพักนิสิตหญิง 3 - 8 จะอยู่บริเวณด้านหลังของมหาวิทยาลัย และในส่วนของหอพักนิสิตแพทย์นั้น ตั้งอยู่หลังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร บริเวณข้าง มน.นิเวศ 6
- ศูนย์กีฬา ประกอบด้วย สนามกีฬากลาง, สนามเทนนิส, สนามบาสเกตบอล, สนามวอลเล่ย์บอล, สนามตะกร้อ, สนามเปตอง, สนามฟุตบอล, สนามซอฟต์บอล, สนามกีฬาในร่ม, โรงละครศิลป์ศาลา (โรงละครกลางแจ้ง) และสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา
ดูเพิ่มเติม แผนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยนเรศวร
สถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย
อาคารและสถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร มีดังนี้
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดสำนักงานอธิการบดี แต่ตัวสำนักงานอธิการบดีอยู่ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา บรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานอธิการบดีหลังใหม่
คือลานที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของนิสิตทั้งมหาวิทยาลัย
หอพระสีขาวกลางสระน้ำโดยตั้งอยู่ระหว่างลานสมเด็จฯ, สำนักงานอธิการบดี และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ภปร. ประจำมหาวิทยาลัย
เป็นชื่อเรียกของอาคารอเนกประสงค์โดยมีหลังคาคล้ายโดม ซึ่งภายในเป็นลานอเนกประสงค์และลานกีฬาในร่ม นอกจากนี้อาคารอเนกประสงค์ยังเป็นที่ตั้งของห้องพระราชทานปริญญาบัตร พิพิธภัณฑ์ผ้า กองกิจการนิสิต รวมทั้งชมรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยด้วย
- พิพิธภัณฑ์ผ้าและพิพิธภัณฑ์ชีวิต
พิพิธภัณฑ์ผ้า ตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคารอเนกประสงค์ โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของผ้าจากชนชาติต่าง ๆ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับเครื่องนุ่งห่มและการแต่งกาย นอกจากนี้ยังมีการจัดอบรมและนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและของประดับเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งปี และมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้าชนิดต่าง ๆ และของที่ระลึกของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ส่วนพิพิธภัณฑ์ชีวิต จะประกอบด้วยกลุ่มอาคารทรงไทยที่อยู่ข้างสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งภายในจะให้ความรู้ในด้านความเป็นมาของผ้าและการทอผ้า ทั้งพิพิธภัณฑ์ผ้าและพิพิธภัณฑ์ชีวิตจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก
เป็นโรงพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิขั้นสูง (Super tertiary care) ในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่าง โดยเป็นสถานพยาบาล, ศูนย์การวิจัยและสถานที่ทำการเรียนการสอนนิสิตในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกเช่น ศูนย์วิจัย หรือสถาบันวิจัย
เป็นชื่อเรียกของอาคารศูนย์ฝึกอบรมและควบคุมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการดนตรี, ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง และสถาบันบริหารการวิจัยและพัฒนาอีกด้วย
เป็นชื่อเรียกของอาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ด้านหลังอาคารคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบไปด้วยอาคารเรียนรวมและอาคารโรงละคร นอกจากนี้ สำนักงานกองบริการการศึกษาและสำนักงานไปรษณีย์ยังตั้งอยู่ชั้นล่างของอาคารเรียนรวมอีกด้วย
เป็นสวนสาธารณะกลางมหาวิทยาลัยโดยตั้งอยู่ระหว่างอาคารสำนักหอสมุด, คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ โดยที่มาของชื่อ "เทเลทับบี้" นั้นได้มาจากสวนของภาพยนตร์สำหรับเด็กเรื่อง Teletubbies ที่มีลักษณะคล้ายกัน
ตั้งอยู่ภายในวิทยาลัยพลังงานทดแทน โดยเป็นสวนตัวอย่างที่เป็นแหล่งสาธิตการใช้งานจริงของระบบพลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ชีวมวล และมีศูนย์ธุรกิจที่เป็นแหล่งของความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการดำเนินการส่งเสริมธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทน
ชีวิตในมหาวิทยาลัย
การเรียนในมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นจะใช้เวลาในการเรียนต่างกันตามแต่ละหลักสูตรในแต่ละคณะ โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาในการเรียน 4 ปี แต่สำหรับคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปี ส่วนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และหลักสูตรคู่ขนานของคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด 5 ปี นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้นิสิตได้เข้าร่วมเพื่อที่จะได้พบปะและทำความรู้จักนิสิตในคณะอื่น ซึ่งมีการจัดหมุนเวียนกันตลอดทั้งปี
กิจกรรมและประเพณีของมหาวิทยาลัย
- รับน้องเฟรชชี่และบีกินนิ่งแคมป์ (Beginning Camp)
- กิจกรรมรับน้องใหม่ก่อนเปิดเรียนภาคการศึกษาที่ 1 สำหรับนิสิตใหม่ชั้นปีที่ 1 โดยจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อให้นิสิตใหม่รู้จักมหาวิทยาลัยมากขึ้นและให้ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ระหว่างน้อง-พี่
- กิจกรรมประชุมเชียร์
- เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการเปิดเรียนภาคการศึกษาที่ 1 เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีของนิสิตชั้นปีที่ 1 และเป็นการสอนร้องเพลงมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้แก่นิสิตชั้นปีที่ 1 ซึ่งภายหลังกิจกรรมประชุมเชียร์แล้ว แต่ละคณะมักจะให้มีการซ้อมการแสดงสแตนเชียร์ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ ก่อนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย โดยกิจกรรมประชุมเชียร์นี้จะจัดขึ้นในห้องเชียร์ ของแต่ละคณะ
- หนองอ้อเกมส์
- กีฬาภายในของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่จัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตคณะต่างๆ ซึ่งนอกจากการแข่งขันกีฬาแล้ว ยังมีจุดที่น่าสนใจที่สุดของงานก็คือ การแสดงสแตนเชียร์ของแต่ละคณะ โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ของทุกปี
- งานเปิดโลกกิจกรรมและเฟรชชี่ ไนท์ (Freshy Night)
- กิจกรรมที่ให้นิสิตชั้นปีที่ 1 เลือกเข้าชมรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ส่วนในตอนกลางคืนจะมีการแสดงดนตรี การแสดงของนิสิตแต่ละคณะ และการประกวดดาวและเดือนของมหาวิทยาลัย โดยจัดขึ้น ณ อาคารเอนกประสงค์
- งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์
- จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ของทุกปีในคณะต่าง ๆ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ภายในงานจะมีนิทรรศการความรู้และกิจกรรมเสริมสร้างความรู้มากมาย
- งานลอยกระทง เทิดไท้องค์ราชันย์ มิ่งขวัญนเรศวร
- งานประเพณีลอยกระทงของมหาวิทยาลัยที่จัดขึ้นทุกปีในวันลอยกระทง โดยภายในงานจะมีขบวนแห่กระทงยักษ์ของแต่ละคณะ งานจัดร้านขายของและซุ้มเกมส์ของนิสิตแต่ละคณะ รวมทั้งงานแสดงมหรสพอีกมากมาย
- งานเทา-งามสัมพันธ์
- งานสานความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยที่เคยเป็นวิทยาลัยวิชาการการศึกษาในอดีต ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยทักษิณ[32]
- งานกีฬาเฮลธ์ไซนซ์ (Health Sciences Games)
- เป็นการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคณะ ในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ 7 คณะ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ของทุกปี
- เอ็นยู วอยซ์ มิวสิก คอนเทสต์ (NU. Voice Music Contest)
- งานประกวดการขับร้องเพลงไทยสากลและเพลงสากลประจำปีของมหาวิทยาลัย โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมหรือมกราคม ของทุกปี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมภายในของแต่ละคณะ และกิจกรรมระหว่างคณะของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้าร่วม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัย
ดูเพิ่มเติม กิจกรรมระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
การพักอาศัยของนิสิต
อาคารขวัญเมืองและหอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร
เนื่องจากมหาวิทยาลัยตั้งอยู่นอกเขตตัวเมือง ดังนั้นนิสิตส่วนใหญ่ทั้งที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดพิษณุโลก และนิสิตที่มาจากจังหวัดอื่น ๆ จึงจำเป็นที่จะพักอาศัยในหอพัก โดยทางมหาวิทยาลัยให้นิสิตชั้นปี 1 ทุกคณะ พักอาศัยอยู่ภายในหอพักนิสิตของมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเพื่อนนิสิตคณะอื่น ๆ ซึ่งหอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้นตั้งอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยบริเวณข้างอ่างเก็บน้ำ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2549 เป็นอาคาร 4 ชั้น มีทั้งสิ้น 15 อาคาร โดยมี "อาคารขวัญเมือง" เป็นอาคารบริการและอาคารอเนกประสงค์ของหอพักนิสิต การพักอาศัยในหอพักของมหาวิทยาลัยนั้นจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายรายเทอม
นอกจากนี้ภายในมหาวิทยาลัยยังมีหอพักนิสิตหญิง โดยเป็นหอพักที่จำกัดเฉพาะนิสิตหญิงทุกชั้นปีที่ขาดที่พักอันเอื้ออำนวยต่อการศึกษา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาเป็นรายบุคคล และมีการเก็บค่าใช้จ่ายเป็นรายเทอม หอพักนิสิตหญิงนี้ตั้งอยู่เยื้องคณะวิศวกรรมศาสตร์ บริเวณทางออกประตู 4 (หลัง ม.) โดยมีทั้งสิ้น 6 อาคาร (หอหญิง 3 - 8) และในส่วนของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ ทางคณะมีหอพักให้สำหรับนิสิตแพทย์ชั้นปี 2 - 6 โดยเก็บค่าใช้จ่ายรายปี
สำหรับนิสิตชั้นปีอื่น ๆ สามารถเช่าหอพักเอกชนภายนอกมหาวิทยาลัยได้ซึ่งมีอยู่โดยรอบมหาวิทยาลัย
พิธีพระราชทานปริญญาบัตร
ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการประกอบพระราชพิธีต่าง ๆ ในกิจการของมหาวิทยาลัยนเรศวร และพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นประจำทุกปีนับแต่แรกเริ่มก่อตั้งจวบจนกาลปัจจุบัน โดยพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ณ ห้องพระราชทานปริญญาบัตร ภายในอาคารอเนกประสงค์
งานเทา-งามสัมพันธ์
กิจกรรมเทา-งามสัมพันธ์ เกิดขึ้นหลังจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒวิทยาเขตต่างๆ ได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยใหม่ ซึ่งประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยนเรศวร แม้ว่าวิทยาเขตต่างๆ จะได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ แต่ด้วยความตระหนักถึงความผูกพันของทั้ง 5 มหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมมือกันจัดงานเทา-งามสัมพันธ์ ขึ้น โดยใช้สี "เทา" ซึ่งเป็นสีประจำโดยรวมของทุกวิทยาเขตเป็นพื้นฐาน และเพิ่มคำว่า "งาม" ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายและมีคุณค่ายิ่ง มีความหมายรวมเป็น "เทา-งามสัมพันธ์" ซึ่ง "มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา หรือมหาวิทยาลัยทักษิณ" เป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2538 โดยมีรูปแบบกิจกรรมที่เน้นด้านกีฬาและด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก
ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 อธิการบดีทั้ง 5 มหาวิทยาลัย ได้เล็งเห็นความสำคัญต่อภารกิจของมหาวิทยาลัยและประเทศชาติ จึงได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งามสัมพันธ์ เป็นต้นมา ซึ่งมีข้อตกลงชัดเจนใน 4 ด้านคือด้านการวิจัย ด้านการบริหารวิชาการแก่สังคม ด้านการสร้างความสามัคคีระหว่างมหาวิทยาลัยในเครือเทา-งาม ตลอดจนถึงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา และด้านการพัฒนาองค์กรบริหาร การจัดการและวิชาการร่วมกัน
การเดินทางสู่มหาวิทยาลัย
หากเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 (นครสวรรค์ - พิษณุโลก) มหาวิทยาลัยนเรศวรจะตั้งอยู่ทางขวามือช่วงกิโลเมตรที่ 117 - 118 สำหรับการเดินทางจากภายในตัวเมืองพิษณุโลกมาที่มหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น สามารถทำได้โดย
- รถโดยสารประจำทาง ปอ.12 ซึ่งจะมีจุดจอดอยู่ที่ สถานีรถไฟและสถานีขนส่งพิษณุโลก
- รถสามล้อรับจ้าง
- รถแท๊กซี่รับจ้าง
ส่วนจุดจอดรถโดยสารประจำทาง ปอ.12 ในมหาวิทยาลัยนั้นจะจอดที่ป้ายรถโดยสารประจำทางตรงข้ามหอพักนิสิตหญิง
สำหรับการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยจะมี "โครงการขนส่งมวลชนมหาวิทยาลัยนเรศวร (ขสมน.)" ซึ่งเป็นรถประหยัดพลังงานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าบริการรอบมหาวิทยาลัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายตั้งแต่เวลา 7.00 น. ถึง 24.00 น.
ดูเพิ่มเติม แผนที่เส้นทางเดินรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยนเรศวร
บุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยนเรศวร
บุคคลสำคัญที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยตั้งแต่สมัยวิทยาลัยวิชาการศึกษาพิษณุโลก, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก จนกระทั่งถึงสมัยมหาวิทยาลัยนเรศวร มีหลากหลายตั้งแต่บุคคลสำคัญในด้านการเมืองการปกครอง, ข้าราชการและคณาจารย์ ได้แก่
ดูเพิ่มเติม รายนามบุคคลสำคัญจากมหาวิทยาลัยนเรศวร
การออกนอกระบบเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาล
การออกนอกระบบเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐบาลของมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น มีที่มาตั้งแต่การนำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... ต่อสภามหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2542 และผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อปี พ.ศ. 2547 ต่อมาคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ได้มีมติเห็นชอบให้นำร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาพร้อมกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
หลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ชะลอการเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทั้ง 3 ฉบับออกไป แต่ต่อมาภายหลังจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยทักษิณ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เรียบร้อยแล้ว ทางศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้เสนอนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 เพื่อพิจารณาให้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง 3 ฉบับข้างต้นต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และต่อมาได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้สอบถามมายังสภามหาวิทยาลัยเพื่อยืนยันการเสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกครั้ง ซึ่งทางสภามหาวิทยาลัยได้ทำการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 มีมติเห็นชอบและให้การสนับสนุนด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 7
รัฐบาลจึงได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... พร้อมกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งคือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้าบรรจุเป็นวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 โดยที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทั้ง 2 ฉบับ ส่วนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... ให้ชะลอเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีกครั้งในวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ได้มีกลุ่มนิสิตของมหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์แสดงความเคลือบแคลงสงสัยในขั้นตอนการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... โดยอ้างว่าทางมหาวิทยาลัยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยน้อยเกินไป ทำให้นิสิตไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยยังขาดกระบวนการทำประชาพิจารณ์ที่ถูกต้อง โดยนิสิตที่เข้าร่วมเสนอข้อคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวมีจำนวนน้อยเกินไป ไม่มีการสอบถามความคิดเห็นของนิสิตในการประชุมเสนอความเห็น เพียงแต่บอกข้อดี ข้อเสีย และความไม่โปร่งใสเนื่องจากมีการเข้าวาระการพิจารณาอย่างเร่งด่วน และในวันเดียวกันนั้นได้มีนิสิตประมาณ 500 คนเดินขบวนประท้วงรอบมหาวิทยาลัยเพื่อต่อต้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบด้วย
วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 นายกองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรได้มายื่นหนังสือถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติก่อนหน้าที่จะเข้าสู่วาระประชุมในสภา เพื่อขอให้ชะลอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... โดยให้เหตุผลว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้ให้นิสิตมีส่วนร่วมในร่างนี้ ดังนั้นจึงขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยกลับมาทำความเข้าใจตกลงร่วมกันกับประชาคมภายในมหาวิทยาลัยให้เกิดความเข้าใจในทิศทางเดียวกันก่อน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้จัดให้มีการทำประชาพิจารณ์ใหม่อีกครั้งในวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2550 แต่ต่อมาได้ยกเลิกโดยให้เหตุผลว่าการทำความเข้าใจกับบุคลากรและนิสิตอย่างทั่วถึง จะต้องใช้เวลาพอสมควรหากจะดำเนินการในระยะเวลาสั้น ๆ อาจจะทำให้เกิดปัญหาดังเช่นที่ผ่านมาขึ้นอีกได้ จึงเห็นควรชะลอร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... ไปจนกว่าจะทำความเข้าใจกับประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีความเห็นพ้องต้องกันทุกฝ่ายจึงจะดำเนินการนำเสนอต่อไป
ต่อมาในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอถอนร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. ... ออกจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลังจากได้เลื่อนการพิจารณามาแล้ว 2 ครั้ง
ขอบคุณที่มา : wikipedai.org
|